(ระดับ ปวช. และ ปวส.)
ทุกกระทรวง ทบวง กรม และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เรียบเรียงโดย
พลเรือตรี รศ.ทองใบ
ธีรานันทางกูร
สำนักพิมพ์ทองใบ
คำนำ
ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน
เป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบราชการไทย
เนื่องจากเป็นกำลังหลักในการสนับสนุนภารกิจของหน่วยงานภาครัฐในทุกระดับ
ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
โดยมีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับงานสารบรรณ งานธุรการ งานเอกสาร การประสานงาน
การจัดประชุม การจัดเก็บข้อมูล
ตลอดจนการอำนวยความสะดวกในการดำเนินงานของหน่วยงานให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
ในปัจจุบัน การแข่งขันสอบเข้ารับราชการในตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงานมีจำนวนผู้สมัครสอบเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากเป็นตำแหน่งที่มีความมั่นคงในอาชีพ มีโอกาสก้าวหน้าในสายงาน
และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาระบบราชการให้ตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้สมัครจึงจำเป็นต้องมีการเตรียมความพร้อมทั้งด้านความรู้ ความสามารถ
และทักษะที่จำเป็นสำหรับการปฏิบัติงานอย่างรอบด้าน
หนังสือเล่มนี้จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นคู่มือสำหรับผู้ที่มีความประสงค์จะสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งเข้ารับราชการในตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน
ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.)
โดยได้รวบรวมเนื้อหาสำคัญที่ใช้ในการสอบทั้งภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก)
ภาคความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข) และภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค)
พร้อมแนวข้อสอบ ตัวอย่างข้อสอบ และเฉลยอธิบายอย่างละเอียด
เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจเนื้อหาได้อย่างถูกต้องและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการสอบจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวทางการเตรียมสอบให้ประสบความสำเร็จนั้น ผู้สมัครควรเริ่มต้นจากการศึกษาหลักเกณฑ์และรายละเอียดของตำแหน่งที่สมัครสอบ
ทำความเข้าใจขอบเขตเนื้อหาที่ใช้สอบ วางแผนการอ่านหนังสืออย่างเป็นระบบ
ฝึกทำข้อสอบย้อนหลังและข้อสอบเสมือนจริงอย่างสม่ำเสมอ รวมทั้งติดตามข่าวสาร กฎหมาย
ระเบียบ และประกาศที่เกี่ยวข้องกับงานราชการอยู่เสมอ การเตรียมตัวอย่างต่อเนื่อง
มีวินัย และมีเป้าหมายที่ชัดเจน
จะช่วยเพิ่มโอกาสประสบความสำเร็จในการสอบแข่งขันได้เป็นอย่างดี
สำหรับวิธีใช้หนังสือเล่มนี้
ผู้อ่านควรศึกษาบทสรุปเนื้อหาในแต่ละบทให้เข้าใจก่อน
จากนั้นจึงฝึกทำแบบฝึกหัดและแนวข้อสอบที่จัดเตรียมไว้ท้ายบท
พร้อมตรวจสอบคำอธิบายเฉลยเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจในเนื้อหา
หากพบหัวข้อใดที่ยังไม่เข้าใจ ควรกลับไปทบทวนเนื้อหาส่วนนั้นอีกครั้งจนเกิดความชำนาญ
ทั้งนี้
หนังสือเล่มนี้ได้รับการออกแบบให้สามารถใช้ได้ทั้งสำหรับการศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง
การเตรียมสอบอย่างเข้มข้นในระยะสั้น และการทบทวนความรู้ก่อนวันสอบจริง
ผู้เรียบเรียงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์แก่ผู้เตรียมสอบทุกท่าน
ช่วยเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความมั่นใจในการสอบแข่งขัน
จนสามารถก้าวสู่การเป็นข้าราชการที่มีคุณภาพ
และร่วมกันพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าสืบไป
พลเรือตรี รศ.ทองใบ ธีรานันทางกูร
สำนักพิมพ์ทองใบ
สารบัญ
บทที่ 1 รู้จักตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน
หน้า ๑๒
1.1 ลักษณะงานและหน้าที่รับผิดชอบ
- งานสารบรรณ
- งานธุรการทั่วไป
- งานประชุม
- งานทะเบียนเอกสาร
- งานพัสดุเบื้องต้น
1.2 เส้นทางความก้าวหน้าในสายงาน
1.3 คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
1.4 เงินเดือนและสวัสดิการ
1.5 หน่วยงานที่เปิดสอบบ่อย
- กระทรวงต่างๆ
- กรม
- มหาวิทยาลัย
- องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ภาค ก ความรู้ความสามารถทั่วไป
บทที่ 2 วิชาความสามารถในการคิดวิเคราะห์และคำนวณ
หน้า หน้า ๑๘
2.1 อนุกรมตัวเลข
2.2 อุปมาอุปไมย
2.3 การคิดเชิงตรรกศาสตร์
2.4 เงื่อนไขสัญลักษณ์
2.5 ตารางและกราฟ
2.6 โจทย์คณิตศาสตร์ทั่วไป
2.7 เทคนิคการทำข้อสอบให้ทันเวลา
แบบทดสอบพร้อมเฉลย 300 ข้อ
บทที่ 3 วิชาภาษาไทย หน้า หน้า ๒๙
3.1 การอ่านจับใจความ
3.2 การเรียงประโยค
3.3 การใช้คำและสำนวน
3.4 การเขียนหนังสือราชการเบื้องต้น
3.5 หลักภาษาไทยที่ออกสอบบ่อย
แนวข้อสอบพร้อมเฉลย 300 ข้อ
บทที่ 4 วิชาภาษาอังกฤษ หน้า ๓๙
4.1 Grammar ที่ออกสอบบ่อย
4.2 Vocabulary สำหรับงานราชการ
4.3 Conversation
4.4 Reading Comprehension
4.5 เทคนิคการเดาคำตอบ
แนวข้อสอบพร้อมเฉลย 300 ข้อ
ภาค ข ความรู้เฉพาะตำแหน่ง
บทที่ 5 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ
หน้า ๕๑
5.1 ความหมายและความสำคัญ
5.2 ประเภทหนังสือราชการ
5.3 การรับ-ส่งหนังสือ
5.4 การเก็บรักษาเอกสาร
5.5 การยืมเอกสาร
5.6 การทำลายเอกสาร
5.7 หนังสือภายนอก
5.8 หนังสือภายใน
5.9 หนังสือประทับตรา
5.10 หนังสือสั่งการ
แนวข้อสอบพร้อมเฉลย 200 ข้อ
บทที่ 6 พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ
พ.ศ.2540 หน้า ๖๒
6.1 หลักการสำคัญ
6.2 สิทธิของประชาชน
6.3 การเปิดเผยข้อมูล
6.4 ข้อมูลที่ไม่ต้องเปิดเผย
6.5 บทกำหนดโทษ
แนวข้อสอบพร้อมเฉลย 150 ข้อ
บทที่ 7 ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ
หน้า ๗๑
7.1 ประเภทชั้นความลับ
7.2 การจัดเก็บเอกสารลับ
7.3 การส่งเอกสารลับ
7.4 การทำลายเอกสารลับ
แนวข้อสอบพร้อมเฉลย 100 ข้อ
บทที่ 8 ความรู้ด้านคอมพิวเตอร์และสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์
หน้า ๘๑
8.1 Microsoft Word
8.2 Microsoft Excel
8.3 Microsoft PowerPoint
8.4 Internet และ E-mail
8.5 ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
8.6 Cyber Security เบื้องต้น
แนวข้อสอบพร้อมเฉลย 200 ข้อ
บทที่ 9 งานธุรการและการบริหารงานทั่วไป หน้า ๙๔
9.1 งานประสานงาน
9.2 การจัดประชุม
9.3 การจดรายงานการประชุม
9.4 การจัดเก็บเอกสาร
9.5 การบริหารพัสดุและครุภัณฑ์
9.6 การบริการประชาชน
แนวข้อสอบพร้อมเฉลย 150 ข้อ
ภาคพิเศษ สำหรับ อปท.
บทที่ 10 กฎหมายท้องถิ่น หน้า ๑๐๖
พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542
โครงสร้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
อำนาจหน้าที่ของ อบต. เทศบาล และ อบจ.
แนวข้อสอบพร้อมเฉลย 150 ข้อ
บทที่ 11 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หน้า ๑๑๖
หลักความพอประมาณ
ความมีเหตุผล
ภูมิคุ้มกัน
คุณธรรมและความรู้
แนวข้อสอบพร้อมเฉลย 100 ข้อ
ภาค ค การสอบสัมภาษณ์
บทที่ 12 เทคนิคพิชิตการสัมภาษณ์ หน้า ๑๒๗
การแต่งกาย
การแนะนำตนเอง
การตอบคำถามกรรมการ
มารยาทในการสัมภาษณ์
บุคลิกภาพที่ควรมี
บทที่ 13 รวมคำถามสัมภาษณ์ยอดนิยม หน้า ๑๔๐
- แนะนำตัวเอง
- ทำไมจึงอยากรับราชการ
- จุดแข็งและจุดอ่อน
- การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
- จริยธรรมของข้าราชการ
บทที่ 1 รู้จักตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน
ความเป็นมาของตำแหน่ง
ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน
เป็นตำแหน่งในสายงานปฏิบัติงานของภาคราชการ
ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานราชการทุกระดับ
ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
โดยทำหน้าที่เป็นกลไกสำคัญในการบริหารจัดการงานเอกสาร งานสารบรรณ งานประสานงาน
และงานธุรการทั่วไป เพื่อให้ภารกิจของหน่วยงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว
และถูกต้องตามระเบียบราชการ
แม้ว่าตำแหน่งนี้จะไม่ได้เป็นผู้กำหนดนโยบายโดยตรง แต่ถือเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยสนับสนุนการปฏิบัติงานของผู้บริหารและบุคลากรทุกฝ่าย
หากขาดระบบงานธุรการที่ดี
การดำเนินงานของหน่วยงานย่อมเกิดความล่าช้าและขาดประสิทธิภาพได้
ดังนั้น เจ้าพนักงานธุรการจึงได้รับการยอมรับว่าเป็น
"หัวใจของระบบงานเอกสารและการบริหารสำนักงาน" ของหน่วยงานราชการ
ความสำคัญของตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน
ในยุคปัจจุบันที่ภาครัฐมุ่งพัฒนาการบริหารราชการแผ่นดินให้มีความทันสมัย
โปร่งใส และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนมากขึ้น
งานธุรการจึงมีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้นตามลำดับ
เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงานมีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารจัดการข้อมูล
เอกสาร และกระบวนการทำงานภายในหน่วยงาน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมาย
ระเบียบ และข้อบังคับของทางราชการ
ความสำคัญของตำแหน่งสามารถสรุปได้ดังนี้
1.
เป็นศูนย์กลางการรับ-ส่งข้อมูลข่าวสารของหน่วยงาน
2.
ช่วยให้การดำเนินงานด้านเอกสารเป็นระบบและตรวจสอบได้
3.
สนับสนุนการทำงานของผู้บริหารและบุคลากรทุกระดับ
4.
เป็นผู้ประสานงานระหว่างหน่วยงานภายในและภายนอก
5.
ช่วยรักษาภาพลักษณ์และมาตรฐานการให้บริการประชาชน
6.
สนับสนุนการบริหารจัดการสำนักงานให้มีประสิทธิภาพ
ลักษณะงานและหน้าที่รับผิดชอบ
เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงานมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับงานหลายด้าน ดังนี้
1. งานสารบรรณ
เป็นงานหลักที่สำคัญที่สุดของตำแหน่ง ประกอบด้วย
- รับหนังสือราชการ
- ลงทะเบียนหนังสือรับ
- จัดส่งหนังสือราชการ
- ร่างหนังสือราชการ
- พิมพ์หนังสือราชการ
- จัดเก็บเอกสาร
- ค้นหาเอกสาร
- ทำลายเอกสารตามระเบียบ
ผู้ปฏิบัติงานต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณเป็นอย่างดี
2. งานธุรการทั่วไป
ได้แก่
- จัดทำเอกสารประกอบการประชุม
- จัดทำรายงาน
- จัดเก็บข้อมูล
- จัดตารางนัดหมาย
- ติดต่อประสานงาน
- ดูแลระบบสำนักงาน
งานส่วนนี้ต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบและความรับผิดชอบสูง
3. งานประสานงาน
เจ้าพนักงานธุรการมักเป็นผู้ประสานงานระหว่าง
- ผู้บริหาร
- บุคลากรภายในหน่วยงาน
- หน่วยงานภายนอก
- ประชาชนผู้มาติดต่อราชการ
จึงจำเป็นต้องมีทักษะการสื่อสารที่ดี มีมนุษยสัมพันธ์
และสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้
4. งานบริการประชาชน
หลายหน่วยงานมอบหมายให้เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงานด้านบริการประชาชน เช่น
- ให้ข้อมูลข่าวสาร
- รับคำร้อง
- รับเรื่องร้องเรียน
- อำนวยความสะดวกแก่ผู้มาติดต่อราชการ
ผู้ปฏิบัติงานจึงต้องมีจิตบริการ (Service Mind) และมีความสุภาพในการติดต่อสื่อสาร
5. งานพัสดุและครุภัณฑ์เบื้องต้น
บางหน่วยงานอาจมอบหมายให้ช่วยดำเนินการเกี่ยวกับ
- การเบิกจ่ายวัสดุสำนักงาน
- การควบคุมครุภัณฑ์
- การตรวจสอบพัสดุ
- การจัดทำทะเบียนทรัพย์สิน
คุณสมบัติที่ดีของเจ้าพนักงานธุรการ
ผู้ที่เหมาะสมกับตำแหน่งนี้ควรมีคุณลักษณะดังต่อไปนี้
1. มีความละเอียดรอบคอบ
เนื่องจากงานส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเอกสารและข้อมูลราชการ
ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจส่งผลกระทบต่อหน่วยงานได้
2. มีความรับผิดชอบสูง
สามารถปฏิบัติงานให้เสร็จตามกำหนดเวลาและรักษาความลับของทางราชการได้
3. มีมนุษยสัมพันธ์ดี
สามารถประสานงานกับบุคคลหลากหลายกลุ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. มีความรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
สามารถใช้โปรแกรมสำนักงาน เช่น
- Microsoft Word
- Microsoft Excel
- Microsoft PowerPoint
- ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
ได้เป็นอย่างดี
5. มีจิตสำนึกในการบริการ
พร้อมให้บริการประชาชนด้วยความสุภาพและเป็นธรรม
ความก้าวหน้าในสายอาชีพ
ผู้ที่ได้รับการบรรจุในตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน
สามารถเติบโตในสายงานได้ตามลำดับ ดังนี้
1.
เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน
2.
เจ้าพนักงานธุรการชำนาญงาน
3.
เจ้าพนักงานธุรการอาวุโส
นอกจากนี้ หากมีคุณวุฒิการศึกษาสูงขึ้นตามหลักเกณฑ์ของ ก.พ.
ยังสามารถสอบแข่งขันหรือคัดเลือกเข้าสู่ตำแหน่งสายวิชาการได้ เช่น
- นักจัดการงานทั่วไป
- นักทรัพยากรบุคคล
- นักวิเคราะห์นโยบายและแผน
- นักวิชาการพัสดุ
- นักวิชาการเงินและบัญชี
ซึ่งมีความก้าวหน้าและโอกาสเลื่อนระดับสูงขึ้นในอนาคต
คุณธรรมและจริยธรรมของผู้ปฏิบัติงาน
ข้าราชการทุกคนต้องยึดมั่นในหลักคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณของข้าราชการ
ได้แก่
- ซื่อสัตย์สุจริต
- โปร่งใสตรวจสอบได้
- ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นธรรม
- คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม
- ยึดมั่นในกฎหมายและระเบียบราชการ
- รักษาความลับของทางราชการ
การปฏิบัติตามหลักคุณธรรมดังกล่าวจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นแก่ประชาชนและเสริมสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้แก่หน่วยงานราชการ
สรุปท้ายบท
ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงานเป็นตำแหน่งสำคัญที่ทำหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานราชการทุกด้าน
โดยเฉพาะงานสารบรรณ งานธุรการ งานประสานงาน และงานบริการประชาชน
ผู้ที่จะเข้าสู่ตำแหน่งนี้ควรมีความรู้ด้านระเบียบราชการ มีความละเอียดรอบคอบ
มีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์ และมีจิตสำนึกในการบริการประชาชน
ทั้งนี้ตำแหน่งดังกล่าวยังเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการรับราชการและสามารถพัฒนาความก้าวหน้าในสายอาชีพได้อย่างมั่นคงในอนาคต
บทที่ 2 วิชาความสามารถในการคิดวิเคราะห์และคำนวณ
ความสำคัญของวิชาความสามารถในการคิดวิเคราะห์และคำนวณ
วิชาความสามารถในการคิดวิเคราะห์และคำนวณ เป็นส่วนสำคัญของการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป
(ภาค ก) ซึ่งใช้วัดศักยภาพด้านการคิดอย่างมีเหตุผล การแก้ปัญหา การวิเคราะห์ข้อมูล
และการตัดสินใจอย่างเป็นระบบ
อันเป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงานราชการในทุกตำแหน่ง
สำหรับตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน
ผู้ปฏิบัติงานจำเป็นต้องใช้ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูล
การจัดลำดับความสำคัญของงาน การตรวจสอบเอกสาร และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอยู่เสมอ
ดังนั้น ข้อสอบในส่วนนี้จึงมุ่งประเมินความสามารถทางสติปัญญามากกว่าการท่องจำ
แนวข้อสอบที่ออกบ่อยประกอบด้วย อนุกรม การคิดคำนวณพื้นฐาน
การเปรียบเทียบข้อมูล การวิเคราะห์เงื่อนไข ตรรกศาสตร์
และการตีความข้อมูลจากตารางหรือกราฟ
2.1 อนุกรม
ความหมายของอนุกรม
อนุกรม คือ ชุดของตัวเลข ตัวอักษร
หรือสัญลักษณ์ที่มีรูปแบบความสัมพันธ์บางอย่าง ผู้สอบจะต้องค้นหากฎหรือรูปแบบดังกล่าว
แล้วหาคำตอบที่ถูกต้อง
ตัวอย่าง
2, 4, 6, 8, 10, ?
วิธีคิด
เพิ่มขึ้นครั้งละ 2
ดังนั้นคำตอบคือ
12
ตัวอย่าง
3, 6, 12, 24, 48, ?
วิธีคิด
คูณ 2 ทุกครั้ง
ดังนั้นคำตอบคือ
96
เทคนิคการทำข้อสอบอนุกรม
1.
สังเกตผลต่างระหว่างตัวเลข
2.
พิจารณาการคูณหรือหาร
3.
สังเกตรูปแบบสลับกัน
4.
พิจารณาลำดับกำลังสองหรือกำลังสาม
5.
ลองแบ่งเป็นชุดเลขคี่และเลขคู่
2.2 การคิดคำนวณพื้นฐาน
ข้อสอบประเภทนี้มักวัดความสามารถในการใช้หลักคณิตศาสตร์เบื้องต้น
หัวข้อที่ออกสอบบ่อย ได้แก่
- ร้อยละ
- อัตราส่วน
- สัดส่วน
- กำไร-ขาดทุน
- ดอกเบี้ย
- เวลาและระยะทาง
- งานและแรงงาน
ร้อยละ (Percentage)
สูตร
ร้อยละ = (ส่วนที่ต้องการ ÷ จำนวนทั้งหมด) × 100
ตัวอย่าง
นักเรียนสอบผ่าน 180 คน จากทั้งหมด 240 คน
คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์
วิธีทำ
(180 ÷ 240) × 100
= 75%
ตอบ 75%
กำไรและขาดทุน
สูตร
กำไร = ราคาขาย – ราคาทุน
เปอร์เซ็นต์กำไร
= (กำไร ÷ ราคาทุน) × 100
ตัวอย่าง
ซื้อสินค้า 800 บาท
ขาย 1,000 บาท
กำไรกี่เปอร์เซ็นต์
วิธีทำ
กำไร = 1,000 – 800
= 200 บาท
กำไร %
= (200 ÷ 800) × 100
= 25%
ตอบ 25%
2.3 การเปรียบเทียบข้อมูล
ข้อสอบลักษณะนี้ใช้วัดความสามารถในการพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล
ตัวอย่าง
ปลา : น้ำ
นก : ?
ก. รัง
ข. ปีก
ค. ฟ้า
ง. ต้นไม้
คำตอบ
ปลาอาศัยอยู่ในน้ำ
นกอาศัยอยู่บนฟ้าหรือในอากาศ
ตอบ ค. ฟ้า
2.4 การคิดเชิงตรรกศาสตร์
การคิดเชิงตรรกศาสตร์ (Logical Reasoning) เป็นการใช้เหตุผลเพื่อหาข้อสรุปที่ถูกต้องจากข้อมูลที่กำหนด
ตัวอย่าง
นักเรียนทุกคนเป็นคนขยัน
สมชายเป็นนักเรียน
สรุปได้ว่าอย่างไร
ก. สมชายเป็นคนขยัน
ข. สมชายไม่ขยัน
ค. สรุปไม่ได้
ง. ไม่มีข้อถูก
ตอบ
ก. สมชายเป็นคนขยัน
หลักการพิจารณา
1.
พิจารณาข้อเท็จจริงที่กำหนด
2.
อย่านำความรู้ส่วนตัวมาปะปน
3.
ใช้ข้อมูลเฉพาะที่โจทย์ให้
2.5 เงื่อนไขสัญลักษณ์
ข้อสอบประเภทนี้นิยมออกสอบในการสอบภาค ก ของ ก.พ. และหน่วยงานราชการต่างๆ
ตัวอย่าง
กำหนดให้
★ หมายถึง +
▲ หมายถึง –
■ หมายถึง ×
จงหาค่าของ
8 ★ 4 ■ 2
แทนค่าได้เป็น
8 + 4 × 2
ใช้หลักคำนวณ
4 × 2 = 8
8 + 8 = 16
ตอบ 16
2.6 เงื่อนไขภาษา
ข้อสอบประเภทนี้ใช้วัดความสามารถในการเข้าใจความสัมพันธ์ของภาษาและข้อความ
ตัวอย่าง
ถ้า
“แมว” หมายถึง “สุนัข”
“สุนัข” หมายถึง “นก”
“นก” หมายถึง “ปลา”
สัตว์ที่บินได้คืออะไร
คำตอบ
ในความเป็นจริง นกบินได้
แต่โจทย์กำหนดให้นก = ปลา
ดังนั้นคำตอบคือ ปลา
2.7 ตารางและกราฟ
ข้อสอบประเภทนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในการสอบราชการ
ผู้สอบต้องสามารถอ่านและวิเคราะห์ข้อมูลจาก
- ตาราง
- กราฟแท่ง
- กราฟเส้น
- แผนภูมิวงกลม
ตัวอย่างตาราง
ยอดขายสินค้า
มกราคม 120 ชิ้น
กุมภาพันธ์ 150 ชิ้น
มีนาคม 180 ชิ้น
ถาม
เดือนใดมียอดขายสูงสุด
ตอบ
มีนาคม
เทคนิคการอ่านกราฟ
1.
อ่านชื่อกราฟก่อน
2.
ดูหน่วยวัด
3.
เปรียบเทียบข้อมูลแต่ละช่วง
4.
ตรวจสอบว่าถามค่าใด
5.
คำนวณอย่างรอบคอบ
2.8 โจทย์คณิตศาสตร์ประยุกต์
เรื่องเวลาและงาน
ตัวอย่าง
นาย ก ทำงานเสร็จใน 10 วัน
นาย ข ทำงานเสร็จใน 15 วัน
ถ้าทำร่วมกันจะเสร็จกี่วัน
วิธีทำ
ก ทำได้วันละ 1/10
ข ทำได้วันละ 1/15
รวมกัน
1/10 + 1/15
= 3/30 + 2/30
= 5/30
= 1/6
ดังนั้นใช้เวลา
6 วัน
ตอบ 6 วัน
เทคนิคพิชิตข้อสอบคำนวณ
1.
อ่านโจทย์ให้เข้าใจก่อนลงมือคำนวณ
2.
ขีดเส้นใต้ตัวเลขสำคัญ
3.
ใช้วิธีประมาณค่าเพื่อช่วยตรวจคำตอบ
4.
ทำข้อที่ง่ายก่อน
5.
อย่าใช้เวลานานกับข้อใดข้อหนึ่งเกินไป
6.
ฝึกทำข้อสอบย้อนหลังเป็นประจำ
7.
ทบทวนสูตรพื้นฐานให้แม่นยำ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- อ่านโจทย์ไม่ครบ
- คำนวณผิดจากความรีบร้อน
- เลือกสูตรผิด
- ลืมแปลงหน่วย
- ตีความข้อมูลจากกราฟผิด
สรุปท้ายบท
วิชาความสามารถในการคิดวิเคราะห์และคำนวณเป็นวิชาที่ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง
ไม่สามารถใช้การท่องจำเพียงอย่างเดียวได้ ผู้สอบควรฝึกทำโจทย์หลากหลายรูปแบบ
โดยเฉพาะอนุกรม ตรรกศาสตร์ เงื่อนไขสัญลักษณ์
และการวิเคราะห์ข้อมูลจากตารางและกราฟ ซึ่งเป็นหัวข้อที่มักปรากฏในการสอบราชการอยู่เสมอ
การฝึกทำข้อสอบอย่างสม่ำเสมอจะช่วยเพิ่มความรวดเร็ว ความแม่นยำ
และความมั่นใจในการสอบจริงได้เป็นอย่างดี
บทที่ 3 วิชาภาษาไทย
ความสำคัญของวิชาภาษาไทยในการสอบราชการ
วิชาภาษาไทยเป็นหนึ่งในวิชาสำคัญของการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค
ก) ที่ใช้วัดความสามารถในการอ่าน การเขียน การสื่อสาร และการใช้ภาษาอย่างถูกต้อง
ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการปฏิบัติงานราชการ
โดยเฉพาะตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงานที่ต้องเกี่ยวข้องกับการร่างหนังสือราชการ
การติดต่อประสานงาน การสรุปเรื่อง การจัดทำรายงาน และการสื่อสารกับประชาชน
การสอบวิชาภาษาไทยมิได้วัดเพียงความรู้ทางไวยากรณ์เท่านั้น
แต่ยังวัดความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การจับประเด็นสำคัญ
และการใช้ภาษาให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่าง ๆ อีกด้วย
หัวข้อที่มักออกสอบเป็นประจำ ได้แก่ การอ่านจับใจความ การสรุปความ
การเรียงข้อความ การใช้คำและสำนวน การใช้ภาษาในราชการ และหลักภาษาไทยทั่วไป
3.1 การอ่านจับใจความสำคัญ
ความหมาย
การอ่านจับใจความสำคัญ คือ
การค้นหาสาระสำคัญหรือประเด็นหลักที่ผู้เขียนต้องการสื่อสาร
โดยสามารถแยกแยะระหว่างใจความสำคัญและรายละเอียดประกอบได้
ข้อสอบประเภทนี้มักให้บทความสั้น ๆ แล้วถามเกี่ยวกับ
- ใจความสำคัญ
- วัตถุประสงค์ของผู้เขียน
- ข้อสรุปของเรื่อง
- ข้อคิดเห็นและข้อเท็จจริง
หลักการอ่านจับใจความ
1.
อ่านเรื่องทั้งหมดอย่างรวดเร็ว
2.
สังเกตประโยคแรกและประโยคสุดท้าย
3.
พิจารณาคำสำคัญที่ปรากฏซ้ำ
4.
แยกใจความสำคัญออกจากรายละเอียด
5.
สรุปเนื้อหาให้ได้ภายใน 1-2 ประโยค
ตัวอย่าง
“การอ่านหนังสือเป็นวิธีการแสวงหาความรู้ที่สำคัญ
ช่วยพัฒนาความคิด สติปัญญา และทักษะการสื่อสาร
ผู้ที่รักการอ่านมักมีความรู้รอบตัวและสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมได้ดี”
ถาม ใจความสำคัญของข้อความคืออะไร
ตอบ
การอ่านหนังสือช่วยพัฒนาความรู้และความสามารถของบุคคล
3.2 การสรุปความและตีความ
การสรุปความ
หมายถึง การย่อสาระสำคัญของเรื่องให้สั้น กระชับ และได้ใจความครบถ้วน
หลักการสรุปความ
- อ่านเรื่องให้เข้าใจ
- แยกประเด็นสำคัญ
- ตัดรายละเอียดที่ไม่จำเป็น
- เขียนด้วยภาษาของตนเอง
การตีความ
หมายถึง การทำความเข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ในข้อความ
ตัวอย่าง
“ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น”
ตีความได้ว่า
ผู้ที่มีความมุ่งมั่นและไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จ
3.3 การเรียงลำดับข้อความ
ข้อสอบประเภทนี้นิยมออกสอบในการสอบราชการหลายหน่วยงาน
ผู้สอบต้องนำประโยคที่กำหนดมาเรียงลำดับให้เป็นเรื่องราวที่สมบูรณ์
หลักการพิจารณา
1.
หาประโยคเปิดเรื่อง
2.
หาความเชื่อมโยงของเหตุการณ์
3.
พิจารณาคำเชื่อม
4.
ตรวจสอบลำดับเหตุและผล
ตัวอย่าง
ก. นักเรียนทุกคนเข้าแถวหน้าเสาธง
ข. ครูใหญ่กล่าวโอวาท
ค. นักเรียนเดินเข้าห้องเรียน
ลำดับที่ถูกต้องคือ
ก → ข → ค
3.4 การเลือกใช้คำและกลุ่มคำ
ความสำคัญ
ภาษาไทยมีคำที่มีความหมายใกล้เคียงกันจำนวนมาก
การเลือกใช้คำให้เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญ
ตัวอย่าง
คำว่า
“รับประทาน”
ใช้กับบุคคลทั่วไป
“เสวย”
ใช้กับพระมหากษัตริย์
“ฉัน”
ใช้กับพระสงฆ์
ตัวอย่างข้อสอบ
ข้อใดใช้ภาษาได้ถูกต้อง
ก. พระสงฆ์รับประทานอาหาร
ข. พระสงฆ์ฉันอาหาร
ค. พระสงฆ์กินอาหาร
ง. พระสงฆ์เสวยอาหาร
ตอบ
ข. พระสงฆ์ฉันอาหาร
3.5 คำราชาศัพท์
คำราชาศัพท์เป็นหัวข้อที่มักปรากฏในการสอบราชการ
ตัวอย่างคำราชาศัพท์ที่ควรทราบ
|
คำทั่วไป |
คำราชาศัพท์ |
|
กิน |
เสวย |
|
นอน |
บรรทม |
|
เดิน |
เสด็จพระราชดำเนิน |
|
พูด |
มีพระราชดำรัส |
|
ตาย |
สวรรคต |
3.6 หลักภาษาไทย
ชนิดของคำ
ภาษาไทยแบ่งออกเป็น
1.
คำนาม
2.
คำสรรพนาม
3.
คำกริยา
4.
คำวิเศษณ์
5.
คำบุพบท
6.
คำสันธาน
7.
คำอุทาน
ตัวอย่าง
“นักเรียนอ่านหนังสืออย่างตั้งใจ”
นักเรียน = คำนาม
อ่าน = คำกริยา
อย่างตั้งใจ = คำวิเศษณ์
3.7 การใช้คำเชื่อม
คำเชื่อมช่วยให้ข้อความมีความต่อเนื่อง
ตัวอย่าง
- และ
- หรือ
- แต่
- เพราะ
- ดังนั้น
- เนื่องจาก
ตัวอย่าง
“เขาขยันเรียน ดังนั้นจึงสอบผ่าน”
คำว่า “ดังนั้น” แสดงความสัมพันธ์เชิงเหตุผล
3.8 ประโยคและการสื่อความ
ประโยคสมบูรณ์
ต้องมี
- ประธาน
- กริยา
- กรรม (ถ้ามี)
ตัวอย่าง
“เจ้าหน้าที่จัดเก็บเอกสาร”
ประธาน = เจ้าหน้าที่
กริยา = จัดเก็บ
กรรม = เอกสาร
3.9 การใช้ภาษาในงานราชการ
ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการจำเป็นต้องใช้ภาษาในงานราชการอย่างถูกต้อง
ลักษณะสำคัญ ได้แก่
- สุภาพ
- ชัดเจน
- กระชับ
- ถูกต้องตามระเบียบ
ตัวอย่างข้อความราชการ
“จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ”
“จึงเรียนมาเพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป”
“จึงเรียนมาเพื่อโปรดอนุมัติ”
3.10 ข้อบกพร่องทางภาษาไทยที่พบบ่อย
1.
ใช้คำผิดความหมาย
2.
สะกดคำผิด
3.
เรียงประโยคผิด
4.
ใช้คำฟุ่มเฟือย
5.
ใช้ภาษาพูดในเอกสารราชการ
ตัวอย่าง
ไม่ถูกต้อง
“ขอความร่วมมือทุกคนช่วยกันคนละหนึ่งคน”
ถูกต้อง
“ขอความร่วมมือทุกคนช่วยกัน”
เทคนิคการทำข้อสอบภาษาไทย
1.
อ่านโจทย์ให้ครบทุกคำ
2.
พิจารณาความหมายของคำในบริบท
3.
ระวังคำที่มีความหมายใกล้เคียงกัน
4.
ฝึกอ่านบทความเป็นประจำ
5.
ทบทวนหลักภาษาไทยอย่างสม่ำเสมอ
6.
ศึกษาคำราชาศัพท์และสำนวนไทย
7.
ฝึกทำข้อสอบย้อนหลัง
สรุปท้ายบท
วิชาภาษาไทยเป็นวิชาที่ช่วยวัดทักษะการอ่าน การเขียน การคิดวิเคราะห์
และการสื่อสาร ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปฏิบัติงานราชการ
ผู้เข้าสอบควรให้ความสำคัญกับการอ่านจับใจความ การสรุปความ การใช้คำให้ถูกต้อง
การเรียงลำดับข้อความ และหลักภาษาไทยต่าง ๆ
โดยการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องจะช่วยเพิ่มความแม่นยำและความมั่นใจในการทำข้อสอบ
และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทที่ 4 วิชาภาษาอังกฤษ
ความสำคัญของวิชาภาษาอังกฤษในการสอบราชการ
ภาษาอังกฤษเป็นภาษาสากลที่มีบทบาทสำคัญในการติดต่อสื่อสาร การศึกษา
การค้าระหว่างประเทศ และการปฏิบัติงานในหน่วยงานภาครัฐและเอกชน
ในการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ
วิชาภาษาอังกฤษเป็นส่วนหนึ่งของการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก)
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อวัดความรู้พื้นฐานด้านภาษา การอ่าน การเขียน
และการทำความเข้าใจข้อความภาษาอังกฤษ
แม้ว่าตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงานจะไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษโดยตรงในทุกภารกิจ
แต่การมีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ดีจะช่วยให้สามารถศึกษาคู่มือ เอกสารทางวิชาการ
ระบบสารสนเทศ และข้อมูลจากต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แนวข้อสอบภาษาอังกฤษที่มักออกสอบประกอบด้วย
- Grammar (ไวยากรณ์)
- Vocabulary (คำศัพท์)
- Conversation (บทสนทนา)
- Reading Comprehension (การอ่านจับใจความ)
- Error Identification (การหาข้อผิดพลาด)
- Cloze Test (การเติมคำในช่องว่าง)
4.1 Grammar (ไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ)
Grammar เป็นหัวใจสำคัญของภาษาอังกฤษ
เพราะเป็นหลักเกณฑ์ในการสร้างประโยคให้ถูกต้อง
หัวข้อที่ออกสอบบ่อย ได้แก่
- Tenses
- Subject-Verb Agreement
- Parts of Speech
- Active and Passive Voice
- Prepositions
- Conjunctions
- Articles
Tenses ที่ควรรู้
Present Simple Tense
ใช้กล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ
โครงสร้าง
Subject + Verb 1
ตัวอย่าง
I work in Bangkok.
ฉันทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ
She studies English every day.
เธอเรียนภาษาอังกฤษทุกวัน
Present Continuous Tense
ใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น
โครงสร้าง
Subject + is/am/are + V-ing
ตัวอย่าง
He is reading a book.
เขากำลังอ่านหนังสือ
Past Simple Tense
ใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต
โครงสร้าง
Subject + Verb 2
ตัวอย่าง
They visited Chiang Mai last year.
พวกเขาไปเชียงใหม่เมื่อปีที่แล้ว
Future Simple Tense
โครงสร้าง
Subject + will + Verb 1
ตัวอย่าง
I will take the examination next month.
ฉันจะเข้าสอบในเดือนหน้า
4.2 Subject-Verb Agreement
ประธานและกริยาต้องสอดคล้องกัน
ตัวอย่าง
The student studies hard.
(ถูกต้อง)
The student study hard.
(ไม่ถูกต้อง)
หลักการสำคัญ
ประธานเอกพจน์ ใช้กริยาเอกพจน์
ประธานพหูพจน์ ใช้กริยาพหูพจน์
ตัวอย่าง
The officer works diligently.
The officers work diligently.
4.3 Vocabulary (คำศัพท์)
การรู้คำศัพท์ช่วยให้ทำข้อสอบได้ทุกส่วน
คำศัพท์ที่ออกสอบบ่อยในงานราชการ
|
English |
Thai |
|
Government |
รัฐบาล |
|
Ministry |
กระทรวง |
|
Department |
กรม |
|
Official |
เจ้าหน้าที่ |
|
Document |
เอกสาร |
|
Regulation |
ระเบียบ |
|
Policy |
นโยบาย |
|
Budget |
งบประมาณ |
|
Meeting |
การประชุม |
|
Administration |
การบริหาร |
เทคนิคจำคำศัพท์
1.
ท่องวันละ 10–20 คำ
2.
จดเป็นหมวดหมู่
3.
ฝึกใช้ในประโยค
4.
อ่านข่าวภาษาอังกฤษเป็นประจำ
4.4 Synonyms และ Antonyms
Synonyms
คำที่มีความหมายใกล้เคียงกัน
Big = Large
Happy = Glad
Start = Begin
Antonyms
คำที่มีความหมายตรงข้าม
Big ≠ Small
Rich ≠ Poor
Success ≠ Failure
4.5 Conversation (บทสนทนา)
ข้อสอบประเภทนี้มักให้สถานการณ์และถามว่าควรตอบอย่างไร
ตัวอย่าง
A: How are you today?
B: __________
ก. Fine, thank you.
ข. Goodbye.
ค. Sorry.
ง. See you yesterday.
ตอบ
ก. Fine, thank you.
ตัวอย่าง
A: Thank you very much.
B: __________
ก. You're welcome.
ข. Never mind.
ค. Excuse me.
ง. Good night.
ตอบ
ก. You're welcome.
4.6 Reading Comprehension
เป็นข้อสอบที่ใช้วัดความสามารถในการอ่านและตีความข้อความภาษาอังกฤษ
เทคนิคการอ่าน
1.
อ่านคำถามก่อน
2.
หา Keyword
3.
อ่านเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้อง
4.
ตัดตัวเลือกที่ผิดออกก่อน
ตัวอย่างบทอ่าน
"Reading books regularly helps people improve their knowledge and
communication skills."
Question:
What is the benefit of reading books?
Answer:
It improves knowledge and communication skills.
4.7 Error Identification
ข้อสอบประเภทนี้ให้หาคำหรือส่วนที่ใช้ผิด
ตัวอย่าง
She go to work every day.
ก. She
ข. go
ค. work
ง. every day
ตอบ
ข. go
แก้เป็น
She goes to work every day.
4.8 Cloze Test
เป็นการเติมคำในช่องว่างให้เหมาะสมกับเนื้อเรื่อง
ตัวอย่าง
The meeting will ______ tomorrow.
ก. held
ข. holding
ค. be held
ง. holds
ตอบ
ค. be held
4.9 ภาษาอังกฤษที่ใช้ในงานราชการ
คำศัพท์ที่พบบ่อย
|
English |
Thai |
|
Official Letter |
หนังสือราชการ |
|
Public Service |
บริการประชาชน |
|
Human Resources |
ทรัพยากรบุคคล |
|
Procurement |
การจัดซื้อจัดจ้าง |
|
Information System |
ระบบสารสนเทศ |
|
Confidential |
ลับ |
|
Personnel |
บุคลากร |
|
Committee |
คณะกรรมการ |
|
Inspection |
การตรวจสอบ |
|
Announcement |
ประกาศ |
4.10 เทคนิคพิชิตข้อสอบภาษาอังกฤษ
ก่อนสอบ
- ท่องศัพท์ทุกวัน
- ทบทวน Grammar พื้นฐาน
- ฝึกอ่านบทความสั้น
ๆ
ขณะสอบ
- ทำข้อศัพท์ก่อน
- อ่านคำถามให้ครบ
- อย่าติดอยู่กับข้อใดนานเกินไป
- ใช้วิธีตัดตัวเลือก
หลังฝึกทำข้อสอบ
- วิเคราะห์ข้อผิดพลาด
- จดคำศัพท์ใหม่
- ทบทวนจุดอ่อนของตนเอง
คำศัพท์ราชการที่ออกสอบบ่อย
|
English |
Thai |
|
Application |
ใบสมัคร |
|
Qualification |
คุณสมบัติ |
|
Examination |
การสอบ |
|
Recruitment |
การรับสมัคร |
|
Appointment |
การแต่งตั้ง |
|
Evaluation |
การประเมินผล |
|
Responsibility |
ความรับผิดชอบ |
|
Coordination |
การประสานงาน |
|
Regulation |
ระเบียบ |
|
Performance |
ผลการปฏิบัติงาน |
สรุปท้ายบท
วิชาภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ต้องอาศัยการสะสมความรู้และการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง
ผู้เข้าสอบควรให้ความสำคัญกับการเรียนรู้คำศัพท์ การศึกษาหลักไวยากรณ์พื้นฐาน
การฝึกอ่านบทความภาษาอังกฤษ และการทำข้อสอบย้อนหลังอย่างสม่ำเสมอ
เมื่อมีความเข้าใจในหลักภาษาและมีคลังคำศัพท์ที่เพียงพอ
จะสามารถทำข้อสอบภาษาอังกฤษได้อย่างมั่นใจและมีโอกาสทำคะแนนได้สูงขึ้น
สำหรับการสอบเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน
ข้อสอบมักเน้นความรู้ภาษาอังกฤษระดับพื้นฐานถึงปานกลาง
ผู้สอบจึงควรเน้นความแม่นยำในเรื่อง Grammar คำศัพท์ และการอ่านจับใจความ
ซึ่งเป็นหัวข้อที่ออกสอบบ่อยที่สุด
บทที่ 5 ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ
ความสำคัญของงานสารบรรณ
งานสารบรรณเป็นหัวใจสำคัญของการบริหารราชการแผ่นดิน เนื่องจากเป็นกระบวนการจัดการเอกสารและข้อมูลข่าวสารของทางราชการ
ตั้งแต่การจัดทำ การรับ การส่ง การเก็บรักษา การยืม และการทำลายเอกสารราชการ
ซึ่งมีผลต่อประสิทธิภาพ ความถูกต้อง
และความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ
ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงานเป็นตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับงานสารบรรณโดยตรง
จึงจำเป็นต้องมีความรู้ ความเข้าใจ
และสามารถปฏิบัติตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณได้อย่างถูกต้อง
ในการสอบภาคความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข)
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณถือเป็นกฎหมายและระเบียบที่มีสัดส่วนการออกข้อสอบมากที่สุด
และมักเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จของผู้เข้าสอบ
5.1 ความหมายของงานสารบรรณ
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณ กำหนดว่า
"งานสารบรรณ" หมายถึง
งานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสาร เริ่มตั้งแต่
- การจัดทำหนังสือ
- การรับหนังสือ
- การส่งหนังสือ
- การเก็บรักษาหนังสือ
- การยืมหนังสือ
- การทำลายหนังสือ
รวมถึงงานอื่นใดที่กำหนดให้เป็นงานสารบรรณ
วัตถุประสงค์ของงานสารบรรณ
1.
เพื่อให้การติดต่อราชการเป็นระบบ
2.
เพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
3.
เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้องครบถ้วน
4.
เพื่ออำนวยความสะดวกในการค้นหาเอกสาร
5.
เพื่อรักษาหลักฐานทางราชการ
5.2 ชนิดของหนังสือราชการ
หนังสือราชการแบ่งออกเป็น 6 ชนิด ได้แก่
1. หนังสือภายนอก
เป็นหนังสือติดต่อระหว่าง
- ส่วนราชการกับส่วนราชการ
- ส่วนราชการกับบุคคลภายนอก
ใช้กระดาษตราครุฑ
ตัวอย่าง
- หนังสือขอความอนุเคราะห์
- หนังสือเชิญประชุม
- หนังสือแจ้งผลการพิจารณา
2. หนังสือภายใน
ใช้ติดต่อภายในกระทรวง กรม หรือหน่วยงานเดียวกัน
ใช้แบบบันทึกข้อความ
ตัวอย่าง
- บันทึกเสนอผู้บังคับบัญชา
- บันทึกขออนุมัติ
- บันทึกแจ้งเวียน
3. หนังสือประทับตรา
ใช้แทนการลงนาม
กรณีที่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ
ประทับตราชื่อส่วนราชการแทนลายมือชื่อ
ตัวอย่าง
- การตอบรับเอกสารทั่วไป
- การแจ้งข้อมูลทั่วไป
4. หนังสือสั่งการ
ประกอบด้วย
คำสั่ง
เป็นข้อความที่ผู้บังคับบัญชาสั่งให้ปฏิบัติ
ระเบียบ
เป็นข้อกำหนดในการปฏิบัติงาน
ข้อบังคับ
เป็นหลักเกณฑ์ที่มีผลบังคับใช้
5. หนังสือประชาสัมพันธ์
ประกอบด้วย
ประกาศ
แจ้งให้ทราบโดยทั่วกัน
แถลงการณ์
ชี้แจงข้อเท็จจริง
ข่าว
เผยแพร่ข้อมูลแก่ประชาชน
6. หนังสือที่เจ้าหน้าที่ทำขึ้นหรือรับไว้เป็นหลักฐานราชการ
เช่น
- รายงานการประชุม
- บันทึกการตรวจสอบ
- สัญญา
- หลักฐานการรับเงิน
5.3 ส่วนประกอบของหนังสือราชการ
หนังสือราชการโดยทั่วไปประกอบด้วย
1.
ตราครุฑ
2.
ที่
3.
ส่วนราชการเจ้าของหนังสือ
4.
วัน เดือน ปี
5.
เรื่อง
6.
คำขึ้นต้น
7.
เนื้อเรื่อง
8.
คำลงท้าย
9.
ลายมือชื่อ
10.
ตำแหน่ง
11.
สิ่งที่ส่งมาด้วย
ตัวอย่างคำขึ้นต้น
เรียน
ใช้กับบุคคลทั่วไปและหน่วยงานราชการ
กราบเรียน
ใช้กับพระภิกษุผู้ใหญ่
ตัวอย่างคำลงท้าย
ขอแสดงความนับถือ
ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง
5.4 การรับหนังสือราชการ
เมื่อได้รับหนังสือราชการ เจ้าหน้าที่สารบรรณต้องดำเนินการดังนี้
1.
ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร
2.
ลงทะเบียนรับหนังสือ
3.
ประทับตรารับ
4.
กำหนดเลขรับ
5.
เสนอผู้มีอำนาจพิจารณา
6.
ส่งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ตรารับหนังสือ
ต้องแสดง
- เลขรับ
- วันที่รับ
- เวลา (ถ้ามี)
เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการติดตามงาน
5.5 การส่งหนังสือราชการ
การส่งหนังสืออาจดำเนินการได้หลายวิธี
- ส่งทางไปรษณีย์
- ส่งทางเจ้าหน้าที่
- ส่งทางโทรสาร
- ส่งทางอิเล็กทรอนิกส์
- ส่งผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
หลักสำคัญ
ต้องตรวจสอบ
- เลขที่หนังสือ
- รายชื่อผู้รับ
- สิ่งที่ส่งมาด้วย
- ความถูกต้องของเอกสาร
ก่อนส่งทุกครั้ง
5.6 การเก็บรักษาหนังสือราชการ
เอกสารราชการถือเป็นทรัพย์สินของทางราชการ
จึงต้องจัดเก็บอย่างเป็นระบบ
วัตถุประสงค์
1.
ป้องกันการสูญหาย
2.
สะดวกต่อการค้นหา
3.
ใช้เป็นหลักฐานอ้างอิง
4.
ตรวจสอบย้อนหลังได้
วิธีจัดเก็บ
- เรียงตามเลขหนังสือ
- เรียงตามปี
- เรียงตามหมวดงาน
- จัดเก็บในระบบอิเล็กทรอนิกส์
5.7 การยืมหนังสือราชการ
การยืมเอกสารราชการต้องได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจ
ต้องมีหลักฐานการยืมทุกครั้ง
รายการที่ต้องบันทึก
- ชื่อผู้ยืม
- ตำแหน่ง
- วันยืม
- วันส่งคืน
- รายการเอกสาร
5.8 การทำลายหนังสือราชการ
เอกสารราชการจะทำลายได้เมื่อ
1.
หมดอายุการเก็บรักษา
2.
ไม่มีความจำเป็นต้องใช้
3.
ได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจ
ขั้นตอนการทำลาย
1.
สำรวจเอกสาร
2.
จัดทำบัญชีขอทำลาย
3.
แต่งตั้งคณะกรรมการ
4.
พิจารณาอนุมัติ
5.
ดำเนินการทำลาย
6.
จัดทำรายงานผล
5.9 หนังสือเวียน
หนังสือเวียน คือ
หนังสือที่ส่งถึงหลายหน่วยงานหรือหลายบุคคลพร้อมกัน
ใช้เพื่อ
- แจ้งระเบียบ
- แจ้งแนวปฏิบัติ
- แจ้งข่าวสารสำคัญ
5.10 ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
ปัจจุบันหน่วยงานราชการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารเอกสาร
เช่น
- e-Office
- e-Document
- e-Saraban
ข้อดี
1.
รวดเร็ว
2.
ลดการใช้กระดาษ
3.
ค้นหาเอกสารง่าย
4.
ลดต้นทุน
5.
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
แนวข้อสอบที่ออกบ่อย
หัวข้อที่มักออกสอบ ได้แก่
✓ ชนิดของหนังสือราชการ
✓ หนังสือภายนอก
✓ หนังสือภายใน
✓ หนังสือประทับตรา
✓ ขั้นตอนการรับหนังสือ
✓ ขั้นตอนการส่งหนังสือ
✓ การเก็บรักษาเอกสาร
✓ การทำลายเอกสาร
✓ หนังสือเวียน
✓ ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
เทคนิคพิชิตข้อสอบงานสารบรรณ
1.
จำชนิดหนังสือราชการทั้ง 6 ชนิดให้แม่น
2.
ศึกษาแบบฟอร์มหนังสือราชการจริง
3.
ท่องขั้นตอนรับ-ส่งหนังสือ
4.
เข้าใจหลักการเก็บรักษาเอกสาร
5.
ฝึกทำข้อสอบย้อนหลัง
6.
เน้นคำศัพท์เฉพาะในระเบียบ
7.
อ่านตัวบทระเบียบควบคู่กับสรุปเนื้อหา
สรุปท้ายบท
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยงานสารบรรณเป็นกฎหมายและระเบียบพื้นฐานที่สำคัญที่สุดสำหรับตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน
เนื้อหาครอบคลุมการจัดทำ การรับ การส่ง การเก็บรักษา การยืม
และการทำลายเอกสารราชการ รวมถึงประเภทของหนังสือราชการและระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
ผู้เข้าสอบควรศึกษาเนื้อหาให้เข้าใจอย่างละเอียด
เนื่องจากเป็นหัวข้อที่ออกสอบมากที่สุดและมีความสำคัญต่อการปฏิบัติงานจริงในหน่วยงานราชการ
บทที่ 6 พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ
พ.ศ. 2540
ความเป็นมาและความสำคัญของกฎหมาย
พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 เป็นกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อส่งเสริมสิทธิของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ
และเพื่อสร้างความโปร่งใสในการบริหารงานของภาครัฐ
อันเป็นหลักการสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
ก่อนการประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้
ประชาชนมีข้อจำกัดในการเข้าถึงข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ
ทำให้การตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐเป็นไปได้ยาก
กฎหมายฉบับนี้จึงถูกกำหนดขึ้นเพื่อให้ประชาชนสามารถรับรู้ ตรวจสอบ
และมีส่วนร่วมในการบริหารราชการแผ่นดินมากยิ่งขึ้น
หลักสำคัญของกฎหมายฉบับนี้คือ
“เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
กล่าวคือ ข้อมูลข่าวสารของราชการโดยทั่วไปต้องเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบ
เว้นแต่ข้อมูลบางประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ปกปิดเพื่อประโยชน์ของรัฐ ความมั่นคง
หรือสิทธิส่วนบุคคล
6.1 วัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ
กฎหมายฉบับนี้มีวัตถุประสงค์สำคัญดังต่อไปนี้
1.
ส่งเสริมสิทธิของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของรัฐ
2.
สร้างความโปร่งใสในการบริหารราชการ
3.
เปิดโอกาสให้ประชาชนตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ
4.
ป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ
5.
ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารประเทศ
6.
คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน
6.2 ความหมายของข้อมูลข่าวสารของราชการ
ข้อมูลข่าวสารของราชการ หมายถึง
ข้อมูล ข่าวสาร เอกสาร รายงาน หนังสือ แผนงาน โครงการ สถิติ บันทึกเสียง
ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว
หรือข้อมูลอื่นใดที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของหน่วยงานของรัฐ
ไม่ว่าจะจัดเก็บในรูปแบบ
- เอกสารกระดาษ
- สื่ออิเล็กทรอนิกส์
- แฟ้มข้อมูลคอมพิวเตอร์
- ภาพถ่าย
- แผนที่
- วิดีโอ
- เสียงบันทึก
ล้วนถือเป็นข้อมูลข่าวสารของราชการทั้งสิ้น
6.3 หน่วยงานของรัฐที่อยู่ภายใต้กฎหมาย
หน่วยงานของรัฐที่อยู่ภายใต้พระราชบัญญัตินี้ ได้แก่
- กระทรวง
- ทบวง
- กรม
- ราชการส่วนภูมิภาค
- ราชการส่วนท้องถิ่น
- รัฐวิสาหกิจ
- องค์การมหาชน
- หน่วยงานอื่นของรัฐ
รวมถึงหน่วยงานที่ใช้งบประมาณแผ่นดินในการดำเนินงาน
6.4 สิทธิของประชาชนตามกฎหมาย
ประชาชนทุกคนมีสิทธิ
1. ขอรับข้อมูลข่าวสารของราชการ
สามารถยื่นคำร้องขอข้อมูลจากหน่วยงานของรัฐได้
2. ขอคัดสำเนาเอกสาร
หากข้อมูลสามารถเปิดเผยได้ ประชาชนมีสิทธิขอสำเนาได้
3. ขอเข้าตรวจดูข้อมูล
สามารถตรวจดูเอกสารราชการตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
4. อุทธรณ์คำสั่งไม่เปิดเผยข้อมูล
หากหน่วยงานปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูล ประชาชนมีสิทธิอุทธรณ์ได้
6.5 ข้อมูลที่ต้องเปิดเผย
กฎหมายกำหนดให้หน่วยงานของรัฐต้องเปิดเผยข้อมูลบางประเภทโดยไม่ต้องรอให้มีผู้ร้องขอ
ตัวอย่างเช่น
- โครงสร้างหน่วยงาน
- อำนาจหน้าที่
- กฎ ระเบียบ
และข้อบังคับ
- แผนงานและโครงการ
- งบประมาณรายจ่าย
- ผลการดำเนินงาน
- คู่มือประชาชน
- หลักเกณฑ์การพิจารณาอนุญาต
ข้อมูลเหล่านี้ต้องเปิดเผยไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจสอบได้
6.6 ข้อมูลที่ประชาชนสามารถขอได้
ข้อมูลที่ประชาชนสามารถยื่นคำขอ ได้แก่
- รายงานการประชุม
- รายงานผลการดำเนินงาน
- สัญญาจัดซื้อจัดจ้าง
- ข้อมูลการใช้งบประมาณ
- ผลการศึกษาและวิจัย
- เอกสารทางราชการอื่น
ๆ
โดยหน่วยงานต้องพิจารณาเปิดเผยภายในกรอบกฎหมาย
6.7 ข้อมูลที่ห้ามเปิดเผย
แม้ว่าหลักการทั่วไปจะเน้นการเปิดเผยข้อมูล แต่กฎหมายกำหนดข้อยกเว้นบางกรณี
ได้แก่
1. ข้อมูลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
เช่น
- แผนการป้องกันประเทศ
- ข้อมูลด้านการข่าว
- ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง
2. ข้อมูลที่อาจกระทบต่อการบังคับใช้กฎหมาย
เช่น
- สำนวนสอบสวน
- ข้อมูลพยานหลักฐานบางประเภท
3. ข้อมูลส่วนบุคคล
เช่น
- ประวัติสุขภาพ
- หมายเลขบัตรประชาชน
- ข้อมูลครอบครัว
- ข้อมูลทางการเงิน
4. ข้อมูลที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่บุคคล
5. ข้อมูลที่มีกฎหมายเฉพาะกำหนดให้เป็นความลับ
6.8 ข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นเรื่องที่ออกสอบบ่อย
หมายถึง
ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้
ตัวอย่าง
- ชื่อ-นามสกุล
- ที่อยู่
- วันเดือนปีเกิด
- ข้อมูลสุขภาพ
- ประวัติการศึกษา
- ข้อมูลทางการเงิน
หน่วยงานของรัฐต้องเก็บรักษาและใช้ข้อมูลดังกล่าวอย่างเหมาะสม
6.9 ขั้นตอนการขอข้อมูลข่าวสาร
ขั้นตอนที่ 1
ยื่นคำร้องต่อหน่วยงานของรัฐ
ขั้นตอนที่ 2
เจ้าหน้าที่รับคำร้องและตรวจสอบ
ขั้นตอนที่ 3
พิจารณาว่าข้อมูลเปิดเผยได้หรือไม่
ขั้นตอนที่ 4
แจ้งผลการพิจารณา
ขั้นตอนที่ 5
ประชาชนเข้าตรวจดูหรือรับสำเนาเอกสาร
6.10 คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
กฎหมายกำหนดให้มี
คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
ทำหน้าที่
- กำหนดนโยบาย
- กำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมาย
- พิจารณาเรื่องร้องเรียน
- ส่งเสริมการเปิดเผยข้อมูล
6.11 การอุทธรณ์
หากประชาชนไม่เห็นด้วยกับคำสั่งไม่เปิดเผยข้อมูล
สามารถ
1.
ยื่นอุทธรณ์
2.
ขอให้คณะกรรมการวินิจฉัย
3.
ดำเนินการตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
6.12 บทบาทของเจ้าพนักงานธุรการ
เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงานมีหน้าที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายฉบับนี้โดยตรง เช่น
- รับคำร้องขอข้อมูล
- จัดเตรียมเอกสาร
- ตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น
- ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
- จัดเก็บเอกสารอย่างเป็นระบบ
- อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
ดังนั้นผู้ปฏิบัติงานจึงต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิของประชาชนและข้อจำกัดในการเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้อง
ประเด็นสำคัญที่ออกสอบบ่อย
✓ วัตถุประสงค์ของกฎหมาย
✓ ความหมายของข้อมูลข่าวสารของราชการ
✓ สิทธิของประชาชน
✓ ข้อมูลที่ต้องเปิดเผย
✓ ข้อมูลที่เปิดเผยไม่ได้
✓ ข้อมูลส่วนบุคคล
✓ ขั้นตอนการขอข้อมูล
✓ การอุทธรณ์
✓ คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ
✓ หน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ
เทคนิคการจำสำหรับสอบ
1.
จำหลักการสำคัญ
“เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
2.
แยกให้ออกระหว่าง
- ข้อมูลที่เปิดเผยได้
- ข้อมูลที่เปิดเผยไม่ได้
3.
จำสิทธิของประชาชนให้ครบ
4.
ทบทวนบทบาทของหน่วยงานของรัฐ
5.
ฝึกทำข้อสอบย้อนหลังเป็นประจำ
สรุปท้ายบท
พระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 เป็นกฎหมายสำคัญที่ส่งเสริมความโปร่งใสและการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการทำงานของภาครัฐ
โดยยึดหลัก “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ประชาชนมีสิทธิขอรับข้อมูลข่าวสารของราชการได้
เว้นแต่ข้อมูลบางประเภทที่กฎหมายกำหนดให้เป็นความลับ ผู้ที่เตรียมสอบตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงานควรศึกษาเนื้อหากฎหมายฉบับนี้อย่างละเอียด
เนื่องจากเป็นหัวข้อที่ออกสอบเป็นประจำและเกี่ยวข้องโดยตรงกับการปฏิบัติงานในหน่วยงานราชการ
บทที่ 7 ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ
ความสำคัญของการรักษาความลับของทางราชการ
การรักษาความลับของทางราชการเป็นมาตรการสำคัญในการคุ้มครองข้อมูลข่าวสารที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
ความปลอดภัยของประชาชน ประโยชน์สาธารณะ หรือประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน
หากข้อมูลสำคัญถูกเปิดเผยแก่บุคคลที่ไม่มีสิทธิรับรู้ อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ
หน่วยงาน หรือประชาชนได้
เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงานเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับเอกสารราชการโดยตรง
จึงมีหน้าที่สำคัญในการจัดเก็บ ดูแล และป้องกันมิให้ข้อมูลลับรั่วไหล
การปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการจึงเป็นเรื่องที่ผู้ปฏิบัติงานทุกคนต้องศึกษาและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด
ในการสอบภาคความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข)
หัวข้อนี้มักออกสอบควบคู่กับงานสารบรรณและพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการอยู่เสมอ
7.1 ความหมายของความลับของทางราชการ
ความลับของทางราชการ หมายถึง
ข้อมูล ข่าวสาร เอกสาร หรือวัตถุใด ๆ ที่ทางราชการกำหนดชั้นความลับไว้
เพื่อป้องกันมิให้บุคคลที่ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องเข้าถึงหรือเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว
การกำหนดชั้นความลับมีวัตถุประสงค์เพื่อ
- ปกป้องผลประโยชน์ของชาติ
- รักษาความมั่นคงของประเทศ
- คุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน
- ป้องกันความเสียหายต่อทางราชการ
7.2 หลักการสำคัญของการรักษาความลับ
การรักษาความลับของทางราชการยึดหลักสำคัญดังนี้
1. รู้เท่าที่จำเป็น (Need to Know)
บุคคลจะได้รับข้อมูลลับเฉพาะเท่าที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่เท่านั้น
2. จำกัดการเข้าถึง
อนุญาตเฉพาะผู้มีสิทธิและได้รับมอบหมาย
3. ป้องกันการรั่วไหล
ต้องมีมาตรการป้องกันการสูญหายหรือการเปิดเผยโดยมิชอบ
4. รับผิดชอบต่อข้อมูล
ผู้ครอบครองเอกสารลับต้องรับผิดชอบต่อการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลนั้น
7.3 ชั้นความลับของทางราชการ
ข้อมูลลับของทางราชการแบ่งออกเป็น 3 ชั้น ได้แก่
1. ลับที่สุด
เป็นข้อมูลที่หากเปิดเผยแล้วจะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงที่สุดต่อประเทศชาติ
ตัวอย่าง
- แผนยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง
- ข้อมูลทางการทหารที่สำคัญ
- ข้อมูลการข่าวกรองระดับสูง
การควบคุม
- จำกัดบุคคลเข้าถึงอย่างเข้มงวด
- มีการลงทะเบียนรับ-ส่งโดยเฉพาะ
2. ลับมาก
เป็นข้อมูลที่หากเปิดเผยแล้วจะก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อทางราชการ
ตัวอย่าง
- รายงานการสอบสวนสำคัญ
- แผนงานด้านความมั่นคงบางประเภท
3. ลับ
เป็นข้อมูลที่หากเปิดเผยแล้วอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทางราชการหรือประชาชน
ตัวอย่าง
- ข้อมูลบุคลากรบางประเภท
- รายงานภายในหน่วยงาน
7.4 การกำหนดชั้นความลับ
ผู้มีอำนาจในการกำหนดชั้นความลับต้องพิจารณา
- ความสำคัญของข้อมูล
- ผลกระทบหากเปิดเผย
- ความจำเป็นในการปกปิด
การกำหนดชั้นความลับต้องกระทำเท่าที่จำเป็นและเหมาะสม
ไม่ควรกำหนดชั้นความลับเกินความจำเป็น
เพราะอาจเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงานและการตรวจสอบของประชาชน
7.5 การจัดทำเอกสารลับ
เอกสารลับต้องมีการแสดงชั้นความลับอย่างชัดเจน
ตัวอย่าง
“ลับ”
“ลับมาก”
“ลับที่สุด”
โดยประทับไว้ที่
- ด้านบนของเอกสาร
- ด้านล่างของเอกสาร
- ปกแฟ้มเอกสาร
ทุกหน้าในกรณีที่จำเป็น
7.6 การรับและส่งเอกสารลับ
การรับเอกสารลับ
เจ้าหน้าที่ต้อง
1.
ตรวจสอบสภาพซอง
2.
ลงทะเบียนรับ
3.
ลงลายมือชื่อรับ
4.
ส่งต่อผู้มีสิทธิรับทราบโดยเร็ว
การส่งเอกสารลับ
ต้องดำเนินการด้วยความรอบคอบ
วิธีการส่ง ได้แก่
- ส่งด้วยเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
- ส่งทางไปรษณีย์พิเศษ
- ส่งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความปลอดภัย
ต้องมีหลักฐานการรับส่งทุกครั้ง
7.7 การเก็บรักษาเอกสารลับ
เอกสารลับต้องเก็บไว้ในสถานที่ปลอดภัย
เช่น
- ตู้นิรภัย
- ห้องเก็บเอกสารลับ
- ระบบจัดเก็บอิเล็กทรอนิกส์ที่มีรหัสผ่าน
หลักการจัดเก็บ
1.
จำกัดผู้เข้าถึง
2.
ควบคุมกุญแจหรือรหัสผ่าน
3.
ตรวจสอบเอกสารเป็นระยะ
4.
ป้องกันการสูญหายหรือชำรุด
7.8 การยืมเอกสารลับ
ผู้ยืมต้องเป็นผู้มีสิทธิ
ต้องได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจก่อนทุกครั้ง
ต้องมีการบันทึก
- ชื่อผู้ยืม
- ตำแหน่ง
- วันยืม
- วันคืน
- รายการเอกสาร
อย่างครบถ้วน
7.9 การทำสำเนาเอกสารลับ
การทำสำเนาเอกสารลับสามารถกระทำได้เฉพาะเมื่อจำเป็น
ต้องได้รับอนุญาตจากผู้มีอำนาจ
สำเนาที่จัดทำขึ้นต้องมีชั้นความลับเช่นเดียวกับต้นฉบับ
และต้องควบคุมจำนวนสำเนาอย่างเคร่งครัด
7.10 การทำลายเอกสารลับ
เมื่อเอกสารลับหมดความจำเป็นต้องใช้งาน
ต้องดำเนินการตามขั้นตอน
1.
ตรวจสอบรายการเอกสาร
2.
ขออนุมัติทำลาย
3.
แต่งตั้งคณะกรรมการ
4.
ทำลายโดยวิธีที่ไม่สามารถกู้คืนข้อมูลได้
5.
จัดทำรายงานการทำลาย
วิธีการทำลาย
- เครื่องทำลายเอกสาร
- เผาทำลาย
- บดละเอียด
- ลบข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์อย่างถาวร
7.11 ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ของรัฐมีหน้าที่
- รักษาความลับของทางราชการ
- ปฏิบัติตามระเบียบอย่างเคร่งครัด
- ไม่เปิดเผยข้อมูลแก่ผู้ไม่มีสิทธิ
- รายงานเมื่อพบการรั่วไหลของข้อมูล
- ป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
7.12 บทลงโทษ
ผู้ที่เปิดเผยความลับของทางราชการโดยมิชอบ อาจได้รับ
โทษทางวินัย
- ภาคทัณฑ์
- ตัดเงินเดือน
- ลดเงินเดือน
- ปลดออก
- ไล่ออก
โทษทางอาญา
ในกรณีที่การเปิดเผยข้อมูลก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงแก่รัฐ
โทษทางแพ่ง
หากก่อให้เกิดความเสียหายแก่บุคคลหรือหน่วยงาน
7.13 การรักษาความปลอดภัยข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์
ปัจจุบันหน่วยงานราชการใช้ระบบดิจิทัลมากขึ้น
เจ้าหน้าที่จึงควรปฏิบัติดังนี้
- ตั้งรหัสผ่านที่ปลอดภัย
- เปลี่ยนรหัสผ่านสม่ำเสมอ
- ไม่เปิดเผยรหัสผ่าน
- เข้ารหัสข้อมูลสำคัญ
- สำรองข้อมูลเป็นประจำ
- ระมัดระวังอีเมลหลอกลวง
(Phishing)
ประเด็นสำคัญที่ออกสอบบ่อย
✓ ความหมายของความลับของทางราชการ
✓ ชั้นความลับ 3 ระดับ
✓ หลัก Need to Know
✓ การกำหนดชั้นความลับ
✓ การรับ-ส่งเอกสารลับ
✓ การเก็บรักษาเอกสารลับ
✓ การทำสำเนาเอกสารลับ
✓ การทำลายเอกสารลับ
✓ ความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่
✓ บทลงโทษผู้เปิดเผยข้อมูลลับ
เทคนิคการเตรียมสอบ
1.
จำชั้นความลับทั้ง 3 ระดับให้แม่นยำ
2.
เข้าใจความแตกต่างระหว่าง
- ลับ
- ลับมาก
- ลับที่สุด
3.
ศึกษาขั้นตอนรับ-ส่งเอกสารลับ
4.
ทบทวนหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ
5.
ฝึกทำข้อสอบย้อนหลังเกี่ยวกับงานสารบรรณและความลับราชการควบคู่กัน
สรุปท้ายบท
ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการเป็นมาตรการสำคัญในการคุ้มครองข้อมูลที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศและประโยชน์สาธารณะ
โดยกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการกำหนดชั้นความลับ การจัดเก็บ การรับส่ง การทำสำเนา
และการทำลายเอกสารลับอย่างเป็นระบบ เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงานต้องมีความรู้ความเข้าใจในระเบียบดังกล่าวอย่างถูกต้อง
เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อทางราชการและประชาชน
และเพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามหลักธรรมาภิบาล
บทที่ 8 ความรู้ด้านคอมพิวเตอร์และสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์
ความสำคัญของคอมพิวเตอร์ในการปฏิบัติงานราชการ
ในยุคดิจิทัล หน่วยงานภาครัฐได้นำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในการบริหารงานอย่างกว้างขวาง
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความรวดเร็ว ความถูกต้อง
และความโปร่งใสในการให้บริการประชาชน
เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงานจึงจำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานด้านคอมพิวเตอร์และสามารถใช้โปรแกรมสำนักงานต่าง
ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ปัจจุบันการดำเนินงานด้านธุรการส่วนใหญ่เปลี่ยนจากระบบเอกสารกระดาษไปสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์
เช่น ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ การประชุมออนไลน์ การจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์
และการติดต่อสื่อสารผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ดังนั้น
ความรู้ด้านคอมพิวเตอร์จึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของการสอบภาคความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง
(ภาค ข)
8.1 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
ความหมายของคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์ (Computer) คือ เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ที่สามารถรับข้อมูล
ประมวลผล จัดเก็บ และแสดงผลข้อมูลตามชุดคำสั่งหรือโปรแกรมที่กำหนดไว้
หน้าที่หลักของคอมพิวเตอร์ ได้แก่
1.
รับข้อมูล (Input)
2.
ประมวลผล (Process)
3.
จัดเก็บข้อมูล (Storage)
4.
แสดงผล (Output)
องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์
ระบบคอมพิวเตอร์ประกอบด้วย 5 ส่วนสำคัญ
1. ฮาร์ดแวร์ (Hardware)
อุปกรณ์ที่สามารถจับต้องได้
ตัวอย่าง
- เครื่องคอมพิวเตอร์
- จอภาพ
- แป้นพิมพ์
- เมาส์
- เครื่องพิมพ์
2. ซอฟต์แวร์ (Software)
ชุดคำสั่งที่ใช้ควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์
แบ่งเป็น
- ระบบปฏิบัติการ
(Windows, Linux)
- โปรแกรมประยุกต์
(Word, Excel)
3. ข้อมูล (Data)
ข้อเท็จจริงหรือสารสนเทศที่นำเข้าสู่ระบบ
4. บุคลากร (Peopleware)
ผู้ใช้งานระบบคอมพิวเตอร์
5. ขั้นตอนการปฏิบัติงาน (Procedure)
วิธีการและกระบวนการใช้งานระบบ
8.2 ระบบปฏิบัติการ (Operating
System)
ระบบปฏิบัติการ คือ โปรแกรมที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์ทั้งหมด
ตัวอย่าง
- Microsoft Windows
- macOS
- Linux
- Android
- iOS
หน้าที่ของระบบปฏิบัติการ
- ควบคุมฮาร์ดแวร์
- จัดการหน่วยความจำ
- จัดการแฟ้มข้อมูล
- ควบคุมอุปกรณ์ต่าง
ๆ
- เป็นตัวกลางระหว่างผู้ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์
8.3 โปรแกรม Microsoft Word
Microsoft Word เป็นโปรแกรมประมวลผลคำที่ใช้มากที่สุดในงานราชการ
ความสามารถของ Word
- พิมพ์เอกสาร
- จัดรูปแบบข้อความ
- สร้างตาราง
- แทรกรูปภาพ
- จัดทำหนังสือราชการ
- สร้างรายงาน
การใช้งานที่ควรรู้
การบันทึกเอกสาร
Ctrl + S
การเปิดเอกสาร
Ctrl + O
การพิมพ์เอกสาร
Ctrl + P
การคัดลอก
Ctrl + C
การวาง
Ctrl + V
การค้นหาข้อความ
Ctrl + F
8.4 โปรแกรม Microsoft Excel
Excel เป็นโปรแกรมสำหรับจัดการข้อมูลและคำนวณ
การใช้งานในงานราชการ
- จัดทำบัญชี
- คำนวณงบประมาณ
- จัดทำทะเบียน
- สรุปรายงาน
- วิเคราะห์ข้อมูล
สูตรพื้นฐานที่ควรรู้
SUM
ใช้หาผลรวม
ตัวอย่าง
=SUM(A1)
AVERAGE
ใช้หาค่าเฉลี่ย
ตัวอย่าง
=AVERAGE(A1)
MAX
หาค่าสูงสุด
ตัวอย่าง
=MAX(A1)
MIN
หาค่าต่ำสุด
ตัวอย่าง
=MIN(A1)
COUNT
นับจำนวนข้อมูล
ตัวอย่าง
=COUNT(A1)
8.5 โปรแกรม Microsoft
PowerPoint
PowerPoint ใช้สร้างงานนำเสนอ
การใช้งาน
- รายงานผลการดำเนินงาน
- นำเสนอแผนงาน
- การประชุม
- การอบรม
หลักการจัดทำสไลด์ที่ดี
1.
ใช้ข้อความกระชับ
2.
ใช้รูปภาพประกอบ
3.
เลือกสีที่อ่านง่าย
4.
ไม่ใส่ข้อมูลมากเกินไป
8.6 อินเทอร์เน็ตและเครือข่าย
ความหมายของอินเทอร์เน็ต
อินเทอร์เน็ต คือ เครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เชื่อมโยงผู้ใช้งานทั่วโลก
ประโยชน์
- ค้นหาข้อมูล
- ติดต่อสื่อสาร
- รับส่งเอกสาร
- ประชุมออนไลน์
- ให้บริการประชาชน
บริการที่สำคัญ
E-mail
จดหมายอิเล็กทรอนิกส์
Website
แหล่งข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต
Cloud Storage
พื้นที่เก็บข้อมูลออนไลน์
8.7 ความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์
การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลเป็นเรื่องสำคัญในหน่วยงานราชการ
ภัยคุกคามที่พบบ่อย
Virus
โปรแกรมที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ระบบ
Malware
โปรแกรมไม่พึงประสงค์
Spyware
โปรแกรมสอดแนมข้อมูล
Phishing
การหลอกลวงให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัว
วิธีป้องกัน
1.
ใช้รหัสผ่านที่รัดกุม
2.
เปลี่ยนรหัสผ่านสม่ำเสมอ
3.
ติดตั้งโปรแกรมป้องกันไวรัส
4.
สำรองข้อมูลเป็นประจำ
5.
หลีกเลี่ยงการเปิดไฟล์จากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ
8.8 สำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ (e-Office)
ความหมาย
e-Office คือ
ระบบบริหารสำนักงานโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศแทนเอกสารกระดาษ
องค์ประกอบ
- ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
- ระบบประชุมออนไลน์
- ระบบจัดเก็บเอกสาร
- ระบบติดตามงาน
ประโยชน์
1.
ลดการใช้กระดาษ
2.
เพิ่มความรวดเร็ว
3.
ลดต้นทุน
4.
ค้นหาข้อมูลได้ง่าย
5.
ตรวจสอบการดำเนินงานได้
8.9 ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
เป็นระบบที่ใช้รับ ส่ง และจัดเก็บหนังสือราชการในรูปแบบดิจิทัล
ขั้นตอนการทำงาน
1.
รับหนังสือ
2.
ลงทะเบียน
3.
เสนอผู้บังคับบัญชา
4.
สั่งการ
5.
ติดตามผล
6.
จัดเก็บเอกสาร
ข้อดี
- รวดเร็ว
- ลดความผิดพลาด
- ตรวจสอบย้อนหลังได้
- รองรับการทำงานแบบออนไลน์
8.10 การประชุมออนไลน์
ปัจจุบันหน่วยงานราชการนิยมใช้ระบบประชุมทางไกล
ตัวอย่างโปรแกรม
- Microsoft Teams
- Zoom
- Google Meet
มารยาทในการประชุมออนไลน์
1.
เข้าประชุมตรงเวลา
2.
แต่งกายสุภาพ
3.
ปิดไมโครโฟนเมื่อไม่พูด
4.
ใช้ภาษาสุภาพ
5.
เตรียมเอกสารล่วงหน้า
8.11 การจัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ (Cloud
Computing)
Cloud Computing คือ
การจัดเก็บข้อมูลผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ตัวอย่าง
- Google Drive
- OneDrive
- Dropbox
ข้อดี
- เข้าถึงข้อมูลได้ทุกที่
- สำรองข้อมูลอัตโนมัติ
- ทำงานร่วมกันได้สะดวก
- ลดความเสี่ยงจากการสูญหายของข้อมูล
ประเด็นสำคัญที่ออกสอบบ่อย
✓ องค์ประกอบของคอมพิวเตอร์
✓ Hardware และ Software
✓ ระบบปฏิบัติการ
✓ โปรแกรม Microsoft Office
✓ สูตรพื้นฐานของ Excel
✓ อินเทอร์เน็ตและเครือข่าย
✓ ความปลอดภัยทางคอมพิวเตอร์
✓ e-Office
✓ e-Saraban
✓ Cloud Computing
✓ การประชุมออนไลน์
เทคนิคการเตรียมสอบ
1.
ฝึกใช้ Microsoft Word, Excel และ PowerPoint จริง
2.
จำคำศัพท์คอมพิวเตอร์พื้นฐาน
3.
ทบทวนสูตร Excel ที่ใช้บ่อย
4.
ศึกษาระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
5.
ติดตามเทคโนโลยีดิจิทัลภาครัฐ
6.
ฝึกทำข้อสอบย้อนหลังเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
สรุปท้ายบท
ความรู้ด้านคอมพิวเตอร์และสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์เป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงานในยุคดิจิทัล
เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่พื้นฐานของระบบคอมพิวเตอร์ การใช้งานโปรแกรม Microsoft Office อินเทอร์เน็ต
ความปลอดภัยทางไซเบอร์ ระบบสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ และการจัดการข้อมูลดิจิทัล
ผู้เข้าสอบควรศึกษาเนื้อหาเหล่านี้ควบคู่กับการฝึกปฏิบัติจริง
เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปใช้ในการสอบและการปฏิบัติงานราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
บทที่ 9 งานธุรการและการบริหารงานทั่วไป
ความสำคัญของงานธุรการและการบริหารงานทั่วไป
งานธุรการและการบริหารงานทั่วไปถือเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานราชการทุกแห่ง
เปรียบเสมือนศูนย์กลางในการประสานงาน จัดการข้อมูล เอกสาร บุคลากร วัสดุอุปกรณ์
และกิจกรรมต่าง ๆ ขององค์กร
เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้
ตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงานมีบทบาทสำคัญในการดำเนินงานด้านธุรการ
การประสานงาน การจัดประชุม การจัดเก็บเอกสาร การให้บริการข้อมูล และการสนับสนุนภารกิจของหน่วยงาน
ดังนั้น ผู้ปฏิบัติงานจึงต้องมีความรู้ ความสามารถ
และทักษะในการบริหารจัดการงานทั่วไปอย่างรอบด้าน
ในการสอบภาคความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข)
มักมีข้อสอบเกี่ยวกับงานธุรการและการบริหารงานทั่วไปเป็นประจำ
เนื่องจากเป็นภารกิจหลักของตำแหน่งโดยตรง
9.1 ความหมายของงานธุรการ
งานธุรการ หมายถึง
งานที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวก การสนับสนุน และการประสานงาน
เพื่อให้การดำเนินงานของหน่วยงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
งานธุรการครอบคลุมภารกิจต่าง ๆ เช่น
- งานสารบรรณ
- งานทะเบียนเอกสาร
- งานประชุม
- งานประสานงาน
- งานบริการข้อมูล
- งานจัดเก็บเอกสาร
- งานพัสดุเบื้องต้น
- งานเลขานุการ
ลักษณะของงานธุรการ
1.
เป็นงานสนับสนุนการบริหาร
2.
เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับเอกสารและข้อมูล
3.
เป็นงานที่ต้องติดต่อประสานงานกับหลายฝ่าย
4.
เป็นงานที่ต้องอาศัยความละเอียดรอบคอบ
5.
เป็นงานที่ต้องปฏิบัติอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ
9.2 บทบาทและหน้าที่ของเจ้าพนักงานธุรการ
เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงานมีหน้าที่หลัก ดังนี้
1. งานสารบรรณ
- รับหนังสือราชการ
- ส่งหนังสือราชการ
- ลงทะเบียนหนังสือ
- จัดเก็บเอกสาร
2. งานจัดทำเอกสาร
- พิมพ์หนังสือราชการ
- จัดทำรายงาน
- จัดทำบันทึกข้อความ
- จัดเตรียมเอกสารประกอบการประชุม
3. งานประสานงาน
- ติดต่อหน่วยงานภายใน
- ติดต่อหน่วยงานภายนอก
- ประสานการดำเนินงานตามคำสั่ง
4. งานบริการ
- ให้ข้อมูลแก่ประชาชน
- อำนวยความสะดวกแก่ผู้มาติดต่อราชการ
- รับคำร้องและเอกสารต่าง
ๆ
5. งานสนับสนุนการบริหาร
- จัดทำข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
- ติดตามผลการดำเนินงาน
- จัดทำสถิติและรายงาน
9.3 หลักการบริหารงานทั่วไป
การบริหารงานทั่วไปเป็นกระบวนการจัดการทรัพยากรต่าง ๆ
ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ทรัพยากรที่สำคัญ ได้แก่
คน (Man)
บุคลากรผู้ปฏิบัติงาน
เงิน (Money)
งบประมาณ
วัสดุอุปกรณ์ (Material)
เครื่องมือและอุปกรณ์สำนักงาน
การจัดการ (Management)
การวางแผนและควบคุมงาน
วัตถุประสงค์ของการบริหารงานทั่วไป
1.
เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
2.
ลดความซ้ำซ้อน
3.
ประหยัดเวลาและงบประมาณ
4.
สนับสนุนภารกิจหลักขององค์กร
5.
ให้บริการประชาชนอย่างมีคุณภาพ
9.4 การวางแผนงาน
การวางแผน คือ การกำหนดแนวทางการดำเนินงานล่วงหน้า
ประโยชน์ของการวางแผน
- ลดความผิดพลาด
- ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
- ช่วยควบคุมการดำเนินงาน
- กำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน
ขั้นตอนการวางแผน
1.
กำหนดเป้าหมาย
2.
ศึกษาสถานการณ์
3.
กำหนดแนวทางดำเนินงาน
4.
จัดสรรทรัพยากร
5.
ติดตามและประเมินผล
9.5 การจัดประชุม
การประชุมเป็นเครื่องมือสำคัญในการบริหารงาน
วัตถุประสงค์ของการประชุม
- แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
- วางแผนงาน
- แก้ไขปัญหา
- ติดตามผลการดำเนินงาน
ขั้นตอนการจัดประชุม
ก่อนประชุม
- กำหนดวัน เวลา
สถานที่
- จัดทำหนังสือเชิญประชุม
- จัดเตรียมเอกสาร
ระหว่างประชุม
- บันทึกรายงานการประชุม
- ควบคุมเวลา
- สรุปประเด็นสำคัญ
หลังประชุม
- จัดทำรายงานการประชุม
- แจ้งมติที่ประชุม
- ติดตามผลการดำเนินงาน
9.6 รายงานการประชุม
รายงานการประชุมเป็นเอกสารสำคัญที่ใช้เป็นหลักฐานทางราชการ
ส่วนประกอบของรายงานการประชุม
1.
ชื่อการประชุม
2.
วัน เวลา และสถานที่ประชุม
3.
รายชื่อผู้เข้าประชุม
4.
ระเบียบวาระการประชุม
5.
สาระสำคัญของการประชุม
6.
มติที่ประชุม
7.
ผู้บันทึกรายงาน
9.7 การติดต่อประสานงาน
การประสานงาน คือ การเชื่อมโยงการทำงานของบุคคลหรือหน่วยงานต่าง ๆ
ให้ดำเนินไปในทิศทางเดียวกัน
คุณสมบัติของผู้ประสานงานที่ดี
1.
มีมนุษยสัมพันธ์ดี
2.
มีทักษะการสื่อสาร
3.
มีความรับผิดชอบ
4.
มีความละเอียดรอบคอบ
5.
แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี
หลักการประสานงาน
- รวดเร็ว
- ถูกต้อง
- ชัดเจน
- สุภาพ
- ติดตามผลอย่างต่อเนื่อง
9.8 การให้บริการประชาชน
การบริการประชาชนเป็นภารกิจสำคัญของหน่วยงานราชการ
หลักการให้บริการที่ดี
1. ความสุภาพ
ให้บริการด้วยความสุภาพและเป็นมิตร
2. ความรวดเร็ว
ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น
3. ความถูกต้อง
ให้ข้อมูลที่ถูกต้องครบถ้วน
4. ความเสมอภาค
ให้บริการโดยไม่เลือกปฏิบัติ
หลักการ “Service Mind”
หมายถึง
การมีจิตสำนึกในการให้บริการด้วยความเต็มใจและจริงใจ
9.9 การบริหารเวลา
เวลาเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าในการทำงาน
เทคนิคการบริหารเวลา
1.
จัดลำดับความสำคัญของงาน
2.
วางแผนประจำวัน
3.
กำหนดระยะเวลาในการทำงาน
4.
ลดกิจกรรมที่ไม่จำเป็น
5.
ติดตามความก้าวหน้าของงาน
9.10 การจัดการเอกสารและข้อมูล
เอกสารเป็นทรัพยากรสำคัญของหน่วยงาน
หลักการจัดเก็บเอกสาร
1.
เป็นระบบ
2.
ค้นหาได้ง่าย
3.
ปลอดภัย
4.
มีการสำรองข้อมูล
5.
ปฏิบัติตามระเบียบราชการ
การจัดเก็บแบบอิเล็กทรอนิกส์
- สแกนเอกสาร
- จัดเก็บในระบบฐานข้อมูล
- สำรองข้อมูลบนคลาวด์
- กำหนดสิทธิการเข้าถึง
9.11 การบริหารพัสดุและครุภัณฑ์เบื้องต้น
เจ้าพนักงานธุรการอาจได้รับมอบหมายให้ดูแลพัสดุและครุภัณฑ์
ความหมาย
พัสดุ
วัสดุหรือสิ่งของที่ใช้ในการปฏิบัติงาน
ครุภัณฑ์
ทรัพย์สินที่มีอายุการใช้งานยาวนาน
ตัวอย่าง
- คอมพิวเตอร์
- เครื่องพิมพ์
- โต๊ะทำงาน
หน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
- จัดทำทะเบียนครุภัณฑ์
- ตรวจสอบทรัพย์สิน
- รายงานการชำรุดเสียหาย
- ดูแลการเบิกจ่ายวัสดุ
9.12 คุณธรรมและจริยธรรมในการปฏิบัติงาน
เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องยึดหลัก
- ซื่อสัตย์สุจริต
- โปร่งใส
- รับผิดชอบ
- มีวินัย
- ยึดประโยชน์ส่วนรวม
หลักธรรมาภิบาล
1.
หลักนิติธรรม
2.
หลักคุณธรรม
3.
หลักความโปร่งใส
4.
หลักการมีส่วนร่วม
5.
หลักความรับผิดชอบ
6.
หลักความคุ้มค่า
ประเด็นสำคัญที่ออกสอบบ่อย
✓ หน้าที่ของเจ้าพนักงานธุรการ
✓ การจัดประชุม
✓ รายงานการประชุม
✓ การประสานงาน
✓ การบริการประชาชน
✓ Service Mind
✓ การบริหารเวลา
✓ การจัดการเอกสาร
✓ การบริหารพัสดุเบื้องต้น
✓ หลักธรรมาภิบาล
✓ คุณธรรมและจริยธรรมของข้าราชการ
เทคนิคการเตรียมสอบ
1.
ศึกษาหน้าที่ของตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการให้ละเอียด
2.
ทำความเข้าใจขั้นตอนการจัดประชุมและการเขียนรายงานการประชุม
3.
ทบทวนหลักการบริการประชาชนและ Service Mind
4.
ศึกษาหลักธรรมาภิบาลและจริยธรรมภาครัฐ
5.
ฝึกทำข้อสอบย้อนหลังเกี่ยวกับงานธุรการและการบริหารงานทั่วไป
สรุปท้ายบท
งานธุรการและการบริหารงานทั่วไปเป็นภารกิจสำคัญที่สนับสนุนการดำเนินงานของหน่วยงานราชการให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงานต้องมีความรู้เกี่ยวกับงานสารบรรณ การจัดประชุม
การประสานงาน การบริการประชาชน การบริหารเวลา การจัดการเอกสาร และการบริหารพัสดุเบื้องต้น
รวมทั้งต้องยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม และหลักธรรมาภิบาล
เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส
และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนได้อย่างเหมาะสม
บทที่ 10 กฎหมายท้องถิ่น
ความสำคัญของกฎหมายท้องถิ่น
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานภาครัฐที่มีบทบาทสำคัญในการจัดบริการสาธารณะและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่
ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การศึกษา การสาธารณสุข การจัดการสิ่งแวดล้อม
และการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของประชาชน
เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงานที่ปฏิบัติหน้าที่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจำเป็นต้องมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมาย
ระเบียบ และโครงสร้างการบริหารงานท้องถิ่น
เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ในการสอบแข่งขันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
กฎหมายท้องถิ่นถือเป็นวิชาที่มีความสำคัญและมักปรากฏอยู่ในภาคความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง
(ภาค ข)
10.1 การปกครองส่วนท้องถิ่นของประเทศไทย
ความหมายของการปกครองส่วนท้องถิ่น
การปกครองส่วนท้องถิ่น หมายถึง
การที่รัฐกระจายอำนาจให้ประชาชนในท้องถิ่นสามารถบริหารกิจการสาธารณะบางประการได้ด้วยตนเอง
ภายใต้กรอบของกฎหมาย
โดยมีองค์กรที่ได้รับเลือกตั้งจากประชาชนเป็นผู้บริหารและกำหนดนโยบายในการพัฒนาท้องถิ่น
หลักการสำคัญของการปกครองส่วนท้องถิ่น
1.
การกระจายอำนาจ (Decentralization)
2.
การมีส่วนร่วมของประชาชน
3.
การบริหารตนเองของท้องถิ่น
4.
ความโปร่งใสและตรวจสอบได้
5.
การตอบสนองความต้องการของประชาชนในพื้นที่
10.2 ประเภทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบ
1. รูปแบบทั่วไป
ประกอบด้วย
องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.)
รับผิดชอบพื้นที่ระดับจังหวัด
เทศบาล
แบ่งเป็น
- เทศบาลนคร
- เทศบาลเมือง
- เทศบาลตำบล
องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)
รับผิดชอบพื้นที่ระดับตำบล
2. รูปแบบพิเศษ
ประกอบด้วย
กรุงเทพมหานคร
เมืองพัทยา
10.3 อำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีหน้าที่สำคัญ ได้แก่
ด้านโครงสร้างพื้นฐาน
- ถนน
- สะพาน
- ทางระบายน้ำ
- ไฟฟ้าสาธารณะ
ด้านสาธารณสุข
- การป้องกันโรค
- การส่งเสริมสุขภาพ
ด้านการศึกษา
- ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก
- โรงเรียนท้องถิ่น
ด้านสิ่งแวดล้อม
- การกำจัดขยะ
- การดูแลพื้นที่สาธารณะ
ด้านสังคมสงเคราะห์
- การช่วยเหลือผู้สูงอายุ
- การช่วยเหลือผู้พิการ
10.4 พระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล
พ.ศ. 2537
เป็นกฎหมายสำคัญที่กำหนดโครงสร้าง อำนาจหน้าที่ และการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนตำบล
โครงสร้างของ อบต.
ประกอบด้วย
1. สภาองค์การบริหารส่วนตำบล
ทำหน้าที่
- ออกข้อบัญญัติ
- อนุมัติงบประมาณ
- ตรวจสอบการบริหารงาน
2. นายกองค์การบริหารส่วนตำบล
ทำหน้าที่
- บริหารงาน อบต.
- ดำเนินนโยบาย
- บังคับใช้ข้อบัญญัติ
10.5 พระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496
เป็นกฎหมายที่กำหนดการบริหารงานของเทศบาล
โครงสร้างเทศบาล
สภาเทศบาล
มีหน้าที่
- ออกเทศบัญญัติ
- อนุมัติงบประมาณ
- ควบคุมการบริหารงาน
นายกเทศมนตรี
มีหน้าที่
- บริหารกิจการเทศบาล
- แต่งตั้งผู้ช่วยและที่ปรึกษา
- ดำเนินงานตามนโยบาย
10.6 พระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด
พ.ศ. 2540
กำหนดอำนาจหน้าที่ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด
หน้าที่สำคัญ
- พัฒนาจังหวัด
- ประสานงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น
- จัดบริการสาธารณะระดับจังหวัด
- สนับสนุนการพัฒนาท้องถิ่น
10.7 พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น
พ.ศ. 2542
เป็นกฎหมายสำคัญที่ออกสอบบ่อยมาก
วัตถุประสงค์
กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับ
- การบรรจุ
- การแต่งตั้ง
- การเลื่อนตำแหน่ง
- การเลื่อนเงินเดือน
- วินัย
- การออกจากราชการ
ของบุคลากรท้องถิ่น
บุคลากรท้องถิ่น
ประกอบด้วย
- ข้าราชการส่วนท้องถิ่น
- พนักงานส่วนท้องถิ่น
- ลูกจ้าง
- พนักงานจ้าง
10.8 งบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
รายได้ของ อปท. มาจาก
1. รายได้ที่จัดเก็บเอง
เช่น
- ภาษีท้องถิ่น
- ค่าธรรมเนียม
2. รายได้ที่รัฐจัดสรรให้
3. เงินอุดหนุนจากรัฐบาล
การใช้งบประมาณ
ต้องเป็นไปตามหลัก
- ประสิทธิภาพ
- โปร่งใส
- คุ้มค่า
- ตรวจสอบได้
10.9 การมีส่วนร่วมของประชาชน
ประชาชนมีสิทธิ
- เข้าร่วมประชุมสภาท้องถิ่น
- เสนอความคิดเห็น
- ตรวจสอบการดำเนินงาน
- รับรู้ข้อมูลข่าวสาร
- เข้าร่วมกิจกรรมสาธารณะ
10.10 จริยธรรมของเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น
เจ้าหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องยึดหลัก
ซื่อสัตย์สุจริต
โปร่งใส
รับผิดชอบต่อหน้าที่
ไม่เลือกปฏิบัติ
ยึดประโยชน์ส่วนรวม
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
เป็นหัวข้อที่มักออกสอบในสนามท้องถิ่น
ประกอบด้วย
3 ห่วง
1.
ความพอประมาณ
2.
ความมีเหตุผล
3.
การมีภูมิคุ้มกันที่ดี
2 เงื่อนไข
1.
ความรู้
2.
คุณธรรม
การประยุกต์ใช้
- การบริหารงบประมาณ
- การพัฒนาชุมชน
- การดำรงชีวิต
- การบริหารองค์กร
ประเด็นสำคัญที่ออกสอบบ่อย
✓ ประเภทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
✓ อำนาจหน้าที่ของ อบจ. เทศบาล และ อบต.
✓ โครงสร้างสภาท้องถิ่น
✓ อำนาจหน้าที่ของนายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
✓ พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น
พ.ศ. 2542
✓ รายได้และงบประมาณของ อปท.
✓ การมีส่วนร่วมของประชาชน
✓ หลักธรรมาภิบาล
✓ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
เทคนิคการเตรียมสอบ
1.
ศึกษาโครงสร้างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละประเภท
2.
จำอำนาจหน้าที่ของ
- อบจ.
- เทศบาล
- อบต.
3.
อ่าน พ.ร.บ.ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 อย่างละเอียด
4.
ทบทวนหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
5.
ฝึกทำข้อสอบย้อนหลังของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและ
อปท.
สรุปท้ายบท
กฎหมายท้องถิ่นเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการเข้ารับราชการในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
เนื้อหาครอบคลุมโครงสร้างการปกครองส่วนท้องถิ่น
อำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กฎหมายเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล
งบประมาณ และการมีส่วนร่วมของประชาชน ผู้เข้าสอบควรศึกษาเนื้อหาเหล่านี้อย่างละเอียด
โดยเฉพาะพระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นกฎหมายที่มักออกสอบบ่อยที่สุดในสนามสอบท้องถิ่น
บทที่ 11 ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ความเป็นมาและความสำคัญ
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวพระราชดำริอันทรงคุณค่าของ
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
ที่พระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทยมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นแนวทางในการดำรงชีวิต การพัฒนาเศรษฐกิจ
และการบริหารประเทศให้สามารถดำเนินไปอย่างมั่นคงและยั่งยืน
ภายใต้สภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
แนวคิดดังกล่าวมิได้มุ่งเน้นเพียงเรื่องเศรษฐกิจหรือการเงินเท่านั้น
แต่ครอบคลุมถึงการดำเนินชีวิต การบริหารองค์กร การพัฒนาชุมชน และการพัฒนาประเทศ
โดยยึดหลักความพอดี ความสมดุล และความยั่งยืน
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงได้รับการบรรจุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
และเป็นหลักคิดสำคัญที่หน่วยงานภาครัฐนำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารราชการแผ่นดิน
สำหรับการสอบตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน
โดยเฉพาะในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
มักมีข้อสอบเกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างสม่ำเสมอ
11.1 ความหมายของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง
แนวทางการดำรงชีวิตและการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของความพอประมาณ
ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดี
โดยอาศัยความรู้และคุณธรรมเป็นพื้นฐานในการดำเนินชีวิตและการตัดสินใจ
จุดมุ่งหมายสำคัญคือ
- สร้างความมั่นคงให้แก่ตนเอง
- ลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลง
- พึ่งพาตนเองได้
- ดำรงชีวิตอย่างสมดุลและยั่งยืน
11.2 องค์ประกอบของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงประกอบด้วย
3 ห่วง
ได้แก่
1. ความพอประมาณ
2. ความมีเหตุผล
3. การมีภูมิคุ้มกันที่ดี
และ
2 เงื่อนไข
ได้แก่
1. ความรู้
2. คุณธรรม
ซึ่งเรียกรวมกันว่า
“3 ห่วง 2 เงื่อนไข”
เป็นหัวข้อที่ออกสอบบ่อยที่สุด
11.3 ห่วงที่ 1 ความพอประมาณ
ความพอประมาณ หมายถึง
การดำเนินชีวิตหรือการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ อย่างพอดี ไม่มากเกินไป
และไม่น้อยเกินไป
ตัวอย่างความพอประมาณ
ด้านการเงิน
- ใช้จ่ายตามกำลังรายได้
- ไม่ก่อหนี้เกินความจำเป็น
ด้านการทำงาน
- ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
- ไม่ฟุ่มเฟือย
ด้านชีวิตประจำวัน
- รู้จักประหยัด
- รู้จักออม
การประยุกต์ใช้ในงานราชการ
- ใช้งบประมาณอย่างเหมาะสม
- ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
- ใช้วัสดุอุปกรณ์อย่างคุ้มค่า
11.4 ห่วงที่ 2 ความมีเหตุผล
ความมีเหตุผล หมายถึง
การตัดสินใจหรือการกระทำใด ๆ โดยคำนึงถึงข้อมูล ข้อเท็จจริง
และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น
หลักสำคัญ
ก่อนตัดสินใจต้องพิจารณา
- สาเหตุ
- ผลลัพธ์
- ข้อดี
- ข้อเสีย
- ผลกระทบต่อผู้อื่น
ตัวอย่าง
- วางแผนการใช้จ่ายก่อนซื้อสินค้า
- ศึกษาข้อมูลก่อนลงทุน
- วิเคราะห์ข้อมูลก่อนตัดสินใจดำเนินโครงการ
การประยุกต์ใช้ในงานราชการ
- จัดทำโครงการโดยอ้างอิงข้อมูลจริง
- ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ
- วางแผนงานตามข้อเท็จจริง
11.5 ห่วงที่ 3 การมีภูมิคุ้มกันที่ดี
การมีภูมิคุ้มกันที่ดี หมายถึง
การเตรียมความพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงหรือความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
ตัวอย่าง
- การออมเงิน
- การทำประกัน
- การสำรองข้อมูลคอมพิวเตอร์
- การวางแผนฉุกเฉิน
การประยุกต์ใช้ในงานราชการ
- จัดทำแผนบริหารความเสี่ยง
- จัดเตรียมระบบสำรองข้อมูล
- เตรียมแผนรับมือภัยพิบัติ
11.6 เงื่อนไขที่ 1 ความรู้
การดำเนินชีวิตตามหลักเศรษฐกิจพอเพียงต้องอาศัยความรู้เป็นพื้นฐาน
ความรู้ที่จำเป็น
- ความรู้ทางวิชาการ
- ความรู้จากประสบการณ์
- ความรู้ด้านเทคโนโลยี
- ความรู้ด้านกฎหมายและระเบียบ
การนำไปใช้
- ศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ
- พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
- เรียนรู้สิ่งใหม่อยู่เสมอ
11.7 เงื่อนไขที่ 2 คุณธรรม
คุณธรรมเป็นพื้นฐานสำคัญของการดำเนินชีวิตและการทำงาน
คุณธรรมที่สำคัญ
ความซื่อสัตย์
ความขยัน
ความอดทน
ความรับผิดชอบ
ความเสียสละ
การประยุกต์ใช้ในงานราชการ
- ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต
- ไม่แสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
- ยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นสำคัญ
11.8 หลักการพึ่งพาตนเอง
การพึ่งพาตนเองเป็นแนวทางสำคัญของเศรษฐกิจพอเพียง
การพึ่งพาตนเอง
ด้านเศรษฐกิจ
- มีรายได้เพียงพอ
- ลดรายจ่าย
ด้านสังคม
- ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
ด้านสิ่งแวดล้อม
- ใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน
11.9 การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
ตัวอย่างการนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้
ด้านการเงิน
- จัดทำบัญชีรายรับรายจ่าย
- ออมเงินสม่ำเสมอ
ด้านการศึกษา
- ใช้ทรัพยากรการศึกษาอย่างคุ้มค่า
ด้านครอบครัว
- วางแผนการใช้จ่ายร่วมกัน
ด้านอาชีพ
- พัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง
11.10 การประยุกต์ใช้ในหน่วยงานราชการ
หน่วยงานราชการสามารถนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการบริหารงานได้ เช่น
การบริหารงบประมาณ
ใช้จ่ายอย่างประหยัดและคุ้มค่า
การบริหารโครงการ
วิเคราะห์ความเป็นไปได้ก่อนดำเนินงาน
การบริหารบุคลากร
พัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง
การบริหารความเสี่ยง
เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด
11.11 ประโยชน์ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ต่อบุคคล
- มีวินัยทางการเงิน
- ลดปัญหาหนี้สิน
- มีคุณภาพชีวิตที่ดี
ต่อองค์กร
- ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า
- เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารงาน
- ลดความเสี่ยง
ต่อประเทศ
- พัฒนาอย่างยั่งยืน
- ลดความเหลื่อมล้ำ
- สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ
ประเด็นสำคัญที่ออกสอบบ่อย
✓ ความหมายของเศรษฐกิจพอเพียง
✓ หลัก 3 ห่วง 2
เงื่อนไข
✓ ความพอประมาณ
✓ ความมีเหตุผล
✓ การมีภูมิคุ้มกันที่ดี
✓ ความรู้
✓ คุณธรรม
✓ การพึ่งพาตนเอง
✓ การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
✓ การประยุกต์ใช้ในหน่วยงานราชการ
เทคนิคการจำสำหรับสอบ
จำคำว่า
“พอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน”
และ
“ความรู้ คู่คุณธรรม”
ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
สรุปท้ายบท
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางการดำรงชีวิตและการพัฒนาที่มุ่งเน้นความสมดุล
ความพอดี และความยั่งยืน โดยมีองค์ประกอบสำคัญคือ “3 ห่วง 2 เงื่อนไข” ได้แก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล การมีภูมิคุ้มกันที่ดี
และต้องดำเนินการภายใต้เงื่อนไขของความรู้และคุณธรรม
หลักปรัชญาดังกล่าวสามารถประยุกต์ใช้ได้ทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว องค์กร
และประเทศชาติ ตลอดจนเป็นหลักสำคัญในการบริหารราชการแผ่นดินและการพัฒนาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
บทที่ 12 เทคนิคพิชิตการสัมภาษณ์
ความสำคัญของการสอบสัมภาษณ์
หลังจากผู้สมัครสอบผ่านการสอบข้อเขียนในภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก)
และภาคความรู้ความสามารถเฉพาะตำแหน่ง (ภาค ข) แล้ว
ขั้นตอนสุดท้ายก่อนการบรรจุเข้ารับราชการคือ การสอบสัมภาษณ์ หรือ
ภาคความเหมาะสมกับตำแหน่ง (ภาค ค)
การสัมภาษณ์เป็นกระบวนการประเมินบุคคลในมิติที่ข้อสอบข้อเขียนไม่สามารถวัดได้
เช่น บุคลิกภาพ ทัศนคติ การสื่อสาร ความคิดวิเคราะห์ ความสามารถในการแก้ปัญหา
ความพร้อมในการปฏิบัติราชการ และความเหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่
หลายคนมีคะแนนสอบข้อเขียนดีมาก แต่ไม่สามารถผ่านการสัมภาษณ์ได้
เนื่องจากขาดการเตรียมตัวหรือไม่เข้าใจแนวทางการประเมิน
ดังนั้นการเตรียมตัวสัมภาษณ์จึงมีความสำคัญไม่แพ้การอ่านหนังสือสอบ
12.1 วัตถุประสงค์ของการสอบสัมภาษณ์
คณะกรรมการสัมภาษณ์ต้องการประเมินในเรื่องต่อไปนี้
1. บุคลิกภาพ
- ความสุภาพเรียบร้อย
- ความน่าเชื่อถือ
- ความมั่นใจ
2. ความรู้และความเข้าใจในตำแหน่ง
- หน้าที่ความรับผิดชอบ
- ภารกิจของหน่วยงาน
3. ทัศนคติ
- ต่อการทำงานราชการ
- ต่อประชาชน
- ต่อองค์กร
4. การสื่อสาร
- การพูด
- การฟัง
- การเรียบเรียงความคิด
5. ปฏิภาณไหวพริบ
- การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
- การตัดสินใจ
12.2 สิ่งที่คณะกรรมการพิจารณา
โดยทั่วไปจะประเมินจาก
ประวัติส่วนตัว
- การศึกษา
- ประสบการณ์ทำงาน
- กิจกรรมเด่น
บุคลิกภาพ
- การแต่งกาย
- กิริยามารยาท
- การวางตัว
ความรู้ทั่วไป
- ข่าวสารปัจจุบัน
- ความรู้เกี่ยวกับหน่วยงาน
ความเหมาะสมกับตำแหน่ง
- ความสามารถในการทำงาน
- ความตั้งใจรับราชการ
12.3 การเตรียมตัวก่อนวันสัมภาษณ์
ศึกษาข้อมูลหน่วยงาน
ควรทราบ
- ประวัติหน่วยงาน
- วิสัยทัศน์
- พันธกิจ
- ภารกิจหลัก
- ผลงานสำคัญ
ศึกษาตำแหน่งที่สมัคร
ควรทราบ
- หน้าที่ความรับผิดชอบ
- คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง
- ลักษณะงานที่ต้องปฏิบัติ
เตรียมเอกสาร
ตรวจสอบให้ครบถ้วน
- บัตรประชาชน
- ทะเบียนบ้าน
- วุฒิการศึกษา
- ใบแสดงผลการเรียน
- รูปถ่าย
- เอกสารอื่นตามประกาศ
ซ้อมตอบคำถาม
ฝึกตอบคำถามหน้ากระจก
หรือซ้อมกับเพื่อนและครอบครัว
12.4 การแต่งกายที่เหมาะสม
ผู้ชาย
- เสื้อเชิ้ตสีสุภาพ
- กางเกงสแล็ก
- รองเท้าหนังหุ้มส้น
- ผมเรียบร้อย
ผู้หญิง
- ชุดสุภาพ
- กระโปรงหรือกางเกงแบบทางการ
- รองเท้าหุ้มส้น
- แต่งหน้าอ่อน ๆ
หลักสำคัญ
“สะอาด สุภาพ เรียบร้อย เหมาะสม”
12.5 มารยาทในการสัมภาษณ์
ก่อนเข้าห้อง
- เคาะประตู
- ขออนุญาตเข้าห้อง
ระหว่างสัมภาษณ์
- นั่งตัวตรง
- สบตากรรมการ
- ยิ้มอย่างเหมาะสม
หลังสัมภาษณ์
- กล่าวขอบคุณ
- ไหว้ลาอย่างสุภาพ
12.6 คำถามยอดนิยมในการสัมภาษณ์
แนะนำตัวเอง
ตัวอย่าง
“ข้าพเจ้าชื่อ........ สำเร็จการศึกษาจาก........ มีความสนใจในการทำงานด้านธุรการ
เนื่องจากเป็นงานที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ การประสานงาน และการให้บริการประชาชน
ซึ่งสอดคล้องกับความสามารถและความตั้งใจในการรับราชการของข้าพเจ้า”
ทำไมจึงอยากรับราชการ
แนวทางตอบ
- ต้องการทำงานเพื่อส่วนรวม
- ต้องการใช้ความรู้รับใช้ประชาชน
- เห็นคุณค่าของการเป็นข้าราชการ
รู้จักหน่วยงานนี้หรือไม่
ควรตอบโดยแสดงว่าได้ศึกษาข้อมูลมาแล้ว
จุดเด่นของตนเอง
ตัวอย่าง
- มีความรับผิดชอบ
- ตรงต่อเวลา
- มีมนุษยสัมพันธ์ดี
- เรียนรู้สิ่งใหม่ได้เร็ว
จุดที่ต้องพัฒนา
ควรตอบอย่างสร้างสรรค์
เช่น
“เป็นคนละเอียดมาก จึงใช้เวลาตรวจสอบงานค่อนข้างมาก
แต่ปัจจุบันได้พัฒนาทักษะการบริหารเวลาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานแล้ว”
12.7 คำถามเกี่ยวกับตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการ
ตัวอย่างคำถาม
เจ้าพนักงานธุรการมีหน้าที่อะไร
แนวตอบ
- งานสารบรรณ
- งานเอกสาร
- งานประสานงาน
- งานบริการประชาชน
- งานสนับสนุนการบริหาร
หากประชาชนไม่พอใจการบริการจะทำอย่างไร
แนวตอบ
- รับฟังด้วยความสุภาพ
- ชี้แจงข้อเท็จจริง
- หาทางช่วยเหลือ
- ประสานผู้เกี่ยวข้อง
หากได้รับงานเร่งด่วนหลายงานพร้อมกันจะทำอย่างไร
แนวตอบ
- จัดลำดับความสำคัญ
- วางแผนการทำงาน
- ปรึกษาผู้บังคับบัญชาเมื่อจำเป็น
12.8 เทคนิคการตอบคำถาม
หลัก STAR
S = Situation
สถานการณ์
T = Task
หน้าที่หรือปัญหา
A = Action
วิธีการดำเนินการ
R = Result
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น
หลักการตอบที่ดี
1.
ตอบตรงคำถาม
2.
กระชับ ชัดเจน
3.
ใช้ภาษาสุภาพ
4.
ไม่พูดมากเกินไป
5.
มีเหตุผล
12.9 สิ่งที่ไม่ควรทำ
ห้ามมาสาย
ห้ามแต่งกายไม่สุภาพ
ห้ามวิจารณ์องค์กรเดิม
ห้ามตอบก้าวร้าว
ห้ามโกหก
ห้ามใช้โทรศัพท์ระหว่างสัมภาษณ์
12.10 การสร้างความประทับใจ
สิ่งที่ช่วยเพิ่มคะแนนสัมภาษณ์
- ตรงต่อเวลา
- ยิ้มแย้มแจ่มใส
- มั่นใจ
- มีมารยาท
- แสดงความตั้งใจทำงาน
- มีทัศนคติเชิงบวก
12.11 คำถามสถานการณ์ที่พบบ่อย
หากพบการทุจริตจะทำอย่างไร
แนวตอบ
- ปฏิบัติตามระเบียบราชการ
- รายงานผู้บังคับบัญชา
- ยึดหลักความถูกต้องและโปร่งใส
หากทำงานผิดพลาดจะทำอย่างไร
แนวตอบ
- ยอมรับข้อผิดพลาด
- รีบแก้ไข
- ป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ
หากมีความขัดแย้งกับเพื่อนร่วมงาน
แนวตอบ
- พูดคุยด้วยเหตุผล
- เคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง
- มุ่งประโยชน์ของงานเป็นสำคัญ
12.12 การเตรียมตัวด้านจิตใจ
ก่อนเข้าสัมภาษณ์ควร
- พักผ่อนให้เพียงพอ
- เตรียมเอกสารล่วงหน้า
- ศึกษาข้อมูลหน่วยงาน
- คิดบวก
- เชื่อมั่นในตนเอง
12.13 คุณลักษณะที่หน่วยงานราชการต้องการ
ซื่อสัตย์สุจริต
รับผิดชอบ
มีวินัย
มีจิตบริการ
ทำงานเป็นทีม
พร้อมพัฒนาตนเอง
ยึดประโยชน์ส่วนรวม
ประเด็นสำคัญที่ควรจำ
✓ ศึกษาข้อมูลหน่วยงานก่อนสัมภาษณ์
✓ รู้หน้าที่ของตำแหน่งที่สมัคร
✓ แต่งกายสุภาพ
✓ มาถึงก่อนเวลานัด
✓ ตอบคำถามอย่างมั่นใจ
✓ ใช้ภาษาสุภาพ
✓ แสดงทัศนคติเชิงบวก
✓ มี Service Mind
✓ ยึดหลักคุณธรรมและธรรมาภิบาล
เคล็ดลับพิชิตการสัมภาษณ์
1.
เตรียมตัวให้ดีกว่าคู่แข่งขัน
2.
ศึกษาหน่วยงานและตำแหน่งอย่างละเอียด
3.
ซ้อมตอบคำถามบ่อย ๆ
4.
คิดก่อนตอบทุกครั้ง
5.
แสดงความจริงใจและความพร้อมในการทำงาน
6.
มีความมั่นใจแต่ไม่โอ้อวด
7.
ยิ้มและรักษาบุคลิกภาพที่ดีตลอดการสัมภาษณ์
สรุปท้ายบท
การสอบสัมภาษณ์เป็นด่านสุดท้ายที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการ
นอกจากความรู้ความสามารถแล้ว คณะกรรมการยังให้ความสำคัญกับบุคลิกภาพ ทัศนคติ
จริยธรรม ความรับผิดชอบ และความเหมาะสมกับตำแหน่ง ผู้สมัครที่เตรียมตัวอย่างดี
ศึกษาข้อมูลหน่วยงาน ซักซ้อมการตอบคำถาม และมีความมั่นใจอย่างเหมาะสม
ย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จในการสอบสัมภาษณ์และได้รับการบรรจุเข้ารับราชการตามที่มุ่งหวัง
บทที่ 13 รวมคำถามสัมภาษณ์ยอดนิยม
บทนำ
การสอบสัมภาษณ์ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ
ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินความเหมาะสมของผู้สมัครในด้านบุคลิกภาพ ความรู้
ความสามารถ ทัศนคติ จริยธรรม และความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ
แม้ว่าจะไม่มีใครสามารถทราบคำถามล่วงหน้าได้อย่างแน่นอน
แต่จากประสบการณ์และแนวทางการสัมภาษณ์ของหน่วยงานราชการต่าง ๆ
พบว่ามีคำถามหลายประเภทที่มักถูกนำมาใช้ซ้ำอยู่เสมอ
ผู้สมัครจึงควรเตรียมแนวคิดและฝึกตอบคำถามเหล่านี้ล่วงหน้า
หมวดที่ 1 คำถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัว
1. กรุณาแนะนำตัวเอง
แนวทางตอบ
- ชื่อ-นามสกุล
- วุฒิการศึกษา
- ประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง
- เหตุผลที่สนใจตำแหน่ง
ตัวอย่าง
“ข้าพเจ้าชื่อ................................
สำเร็จการศึกษาระดับ.................. จาก.................... มีความสนใจด้านงานธุรการและงานบริการประชาชน
จึงสมัครสอบในตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน
และมีความตั้งใจที่จะนำความรู้ความสามารถมาปฏิบัติงานเพื่อประโยชน์ของทางราชการและประชาชน”
2. จุดเด่นของคุณคืออะไร
ตัวอย่างคำตอบ
- มีความรับผิดชอบ
- ตรงต่อเวลา
- เรียนรู้เร็ว
- ทำงานเป็นทีมได้ดี
- มีมนุษยสัมพันธ์ดี
3. จุดอ่อนของคุณคืออะไร
แนวทางตอบ
ควรเลือกจุดอ่อนที่สามารถพัฒนาได้
ตัวอย่าง
“ข้าพเจ้าเป็นคนละเอียดรอบคอบมาก
จึงใช้เวลาตรวจสอบงานค่อนข้างมาก
แต่ปัจจุบันได้พัฒนาการบริหารเวลาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นแล้ว”
4. งานอดิเรกของคุณคืออะไร
ควรตอบกิจกรรมที่สร้างสรรค์ เช่น
- อ่านหนังสือ
- ออกกำลังกาย
- เรียนออนไลน์
- ทำกิจกรรมจิตอาสา
5. บุคคลที่คุณชื่นชมคือใคร เพราะอะไร
ควรตอบอย่างมีเหตุผล และเชื่อมโยงกับคุณธรรม ความเสียสละ
หรือความมุ่งมั่นในการทำงาน
หมวดที่ 2 คำถามเกี่ยวกับการศึกษา
6. เพราะเหตุใดจึงเลือกเรียนสาขานี้
7. สิ่งที่ได้รับจากการศึกษา คืออะไร
8. วิชาใดที่ชอบที่สุด เพราะอะไร
9. ผลงานที่ภาคภูมิใจที่สุดในช่วงเรียนคืออะไร
10. หากสามารถกลับไปเรียนใหม่ได้
อยากพัฒนาเรื่องใดเพิ่มเติม
หมวดที่ 3 คำถามเกี่ยวกับการทำงานราชการ
11. ทำไมจึงอยากรับราชการ
แนวทางตอบ
- ต้องการทำงานเพื่อสังคม
- ต้องการใช้ความรู้ช่วยประชาชน
- ต้องการมีส่วนร่วมพัฒนาประเทศ
12. คุณคิดว่าข้าราชการที่ดีควรเป็นอย่างไร
ตัวอย่าง
- ซื่อสัตย์สุจริต
- รับผิดชอบ
- มีวินัย
- ยึดประโยชน์ส่วนรวม
13. คุณเข้าใจบทบาทของข้าราชการอย่างไร
14. หากได้รับการบรรจุ คุณจะทำงานอย่างไร
15. หากต้องทำงานนอกเวลาราชการ
คุณยินดีหรือไม่
หมวดที่ 4 คำถามเกี่ยวกับตำแหน่งเจ้าพนักงานธุรการ
16. รู้หรือไม่ว่าตำแหน่งนี้มีหน้าที่อะไร
แนวทางตอบ
- งานสารบรรณ
- งานเอกสาร
- งานประสานงาน
- งานบริการประชาชน
- งานสนับสนุนการบริหาร
17. เหตุใดจึงเลือกสมัครตำแหน่งนี้
18. คุณคิดว่าตำแหน่งนี้มีความสำคัญอย่างไร
19. คุณมีทักษะใดที่เหมาะกับตำแหน่งนี้
20. คุณสามารถใช้คอมพิวเตอร์โปรแกรมใดได้บ้าง
หมวดที่ 5 คำถามเกี่ยวกับหน่วยงาน
21. รู้จักหน่วยงานนี้หรือไม่
22. หน่วยงานนี้มีภารกิจอะไร
23. วิสัยทัศน์ของหน่วยงานคืออะไร
24. หากได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานในพื้นที่ห่างไกลจะทำอย่างไร
25. พร้อมปฏิบัติงานตามที่หน่วยงานมอบหมายหรือไม่
หมวดที่ 6 คำถามด้านคุณธรรมและจริยธรรม
26. หากพบเพื่อนร่วมงานทุจริตจะทำอย่างไร
แนวทางตอบ
- ยึดหลักกฎหมาย
- รายงานผู้บังคับบัญชา
- คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวม
27. หากผู้บังคับบัญชาสั่งงานที่ไม่ถูกต้องจะทำอย่างไร
28. คุณคิดว่าความซื่อสัตย์สำคัญอย่างไร
29. จะป้องกันการทุจริตได้อย่างไร
30. คุณเข้าใจหลักธรรมาภิบาลอย่างไร
หมวดที่ 7 คำถามสถานการณ์
31. หากประชาชนมาร้องเรียนด้วยอารมณ์โกรธ
คุณจะทำอย่างไร
แนวทางตอบ
- รับฟังด้วยความสุภาพ
- ไม่โต้เถียง
- ชี้แจงข้อเท็จจริง
- หาทางช่วยเหลือ
32. หากได้รับงานหลายอย่างพร้อมกันจะทำอย่างไร
33. หากทำงานผิดพลาดจะทำอย่างไร
34. หากเกิดความขัดแย้งในทีมจะทำอย่างไร
35. หากถูกวิพากษ์วิจารณ์จากประชาชนจะทำอย่างไร
หมวดที่ 8 คำถามเกี่ยวกับการทำงานเป็นทีม
36. คุณชอบทำงานคนเดียวหรือทำงานเป็นทีม
37. เคยมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานหรือไม่
38. หากเพื่อนร่วมงานไม่ให้ความร่วมมือจะทำอย่างไร
39. คุณมีบทบาทอย่างไรเมื่อทำงานเป็นทีม
40. คุณคิดว่าการทำงานเป็นทีมสำคัญอย่างไร
หมวดที่ 9 คำถามเกี่ยวกับการพัฒนาตนเอง
41. คุณวางแผนอนาคตไว้อย่างไร
42. คุณติดตามข่าวสารจากช่องทางใด
43. คุณพัฒนาตนเองอย่างไร
44. หนังสือที่ชอบอ่านคืออะไร
45. หากได้รับโอกาสอบรมเพิ่มเติม
อยากเรียนเรื่องใด
หมวดที่ 10 คำถามเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง
46. คุณเข้าใจปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างไร
47. หลัก 3 ห่วง 2
เงื่อนไข คืออะไร
48. คุณนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตอย่างไร
49. หน่วยงานราชการสามารถนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้อย่างไร
50. คุณคิดว่าหลักเศรษฐกิจพอเพียงยังเหมาะสมกับสังคมปัจจุบันหรือไม่
หมวดที่ 11 คำถามข่าวสารและเหตุการณ์ปัจจุบัน
51. ข่าวที่คุณสนใจในปัจจุบันคืออะไร
52. ปัญหาสำคัญของประเทศในปัจจุบันคืออะไร
53. คุณคิดว่าภาครัฐควรพัฒนาการบริการประชาชนอย่างไร
54. เทคโนโลยีมีผลต่อการทำงานราชการอย่างไร
55. การเปลี่ยนแปลงสู่รัฐบาลดิจิทัลมีความสำคัญอย่างไร
หมวดที่ 12 คำถามปิดท้ายการสัมภาษณ์
56. หากไม่ได้รับการคัดเลือก
คุณจะทำอย่างไร
ตัวอย่าง
“ข้าพเจ้าจะนำข้อบกพร่องไปปรับปรุง พัฒนาตนเอง
และเตรียมความพร้อมเพื่อสมัครสอบในโอกาสต่อไป”
57. คุณมีคำถามจะสอบถามคณะกรรมการหรือไม่
ควรถามในเชิงสร้างสรรค์ เช่น
- แนวทางพัฒนาบุคลากรของหน่วยงาน
- โอกาสในการฝึกอบรม
- ภารกิจสำคัญของหน่วยงาน
58. คุณมั่นใจหรือไม่ว่าจะทำงานตำแหน่งนี้ได้
59. เหตุใดคณะกรรมการจึงควรเลือกคุณ
60. ฝากข้อคิดหรือความตั้งใจในการทำงาน
เทคนิคการตอบคำถามสัมภาษณ์
1. ตอบตรงประเด็น
ไม่อ้อมค้อม
2. พูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
แต่ไม่โอ้อวด
3. ใช้ภาษาสุภาพ
4. ยกตัวอย่างจากประสบการณ์จริง
5. คิดก่อนตอบทุกครั้ง
6. รักษาสายตาและบุคลิกภาพ
7. แสดงทัศนคติเชิงบวก
10 คำตอบที่กรรมการชื่นชอบ
✓ ทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม
✓ พร้อมเรียนรู้และพัฒนาตนเอง
✓ รับผิดชอบต่อหน้าที่
✓ ทำงานเป็นทีมได้
✓ ซื่อสัตย์สุจริต
✓ มีจิตบริการ (Service Mind)
✓ ยึดกฎหมายและระเบียบราชการ
✓ เคารพผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงาน
✓ แก้ปัญหาด้วยเหตุผล
✓ พร้อมปฏิบัติงานตามภารกิจของหน่วยงาน
สรุปท้ายบท
การสอบสัมภาษณ์ไม่ใช่การวัดความรู้เพียงอย่างเดียว
แต่เป็นการประเมินบุคลิกภาพ ทัศนคติ คุณธรรม จริยธรรม ความสามารถในการสื่อสาร
และความเหมาะสมกับตำแหน่ง ผู้เข้าสอบควรเตรียมตัวล่วงหน้า ศึกษาข้อมูลหน่วยงาน
ฝึกตอบคำถามยอดนิยม และสร้างความมั่นใจในการนำเสนอความสามารถของตนเองอย่างเหมาะสม
การเตรียมตัวที่ดีจะช่วยเพิ่มโอกาสในการผ่านการสัมภาษณ์และได้รับการบรรจุเข้ารับราชการตามเป้าหมายที่ตั้งไว้
===========================
📖 ประวัติผู้รวบรวมและเรียบเรียง
พลเรือตรี รองศาสตราจารย์ ทองใบ
ธีรานันทางกูร
“จากวิถีแห่งธรรม สู่เกียรติภูมิราชนาวี และปราชญ์ผู้รังสรรค์ปัญญา”
เส้นทางแห่งธรรมและพื้นฐานการศึกษา (ต้นกล้าแห่งปัญญา)
ชีวิตเริ่มต้นอย่างเรียบง่าย
ณ ผืนแผ่นดินเมืองสี่แคว จังหวัดนครสวรรค์ ภายหลังสำเร็จการศึกษาชั้นประถมปีที่ ๔
ท่านได้ก้าวเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ตั้งแต่อายุ ๑๒ ปี
สั่งสมบารมีธรรมและวิชาความรู้ยาวนานถึง ๑๓ ปี
ในระหว่างนั้นท่านไม่เพียงศึกษาทางธรรมจนสอบได้ เปรียญธรรม ๙ ประโยค อันเป็นวิทยฐานะสูงสุดของคณะสงฆ์ไทย
แต่ยังมุมานะสอบเทียบวุฒิทางโลกจนสำเร็จการศึกษาชั้นสูงสุด (ม.ศ. ๕)
และคว้าปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต (เกียรตินิยมอันดับสอง)
จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.)
ก้าวสู่โลกกว้างและความเป็นเลิศทางวิชาการ (มหาปัญญาไร้พรมแดน)
หลังลาสิกขาเพื่อแสวงหาความรู้ในระดับสากล
ท่านได้เดินทางไปศึกษายังต่างแดนจนสำเร็จปริญญาโท (M.A. in Political Science) จากมหาวิทยาลัยปัญจาบ ประเทศอินเดีย ต่อมาในขณะรับราชการทหารเรือ
ท่านได้รับทุนอันทรงเกียรติจากกองทัพเรือให้ไปศึกษาต่อ ณ สถาบันระดับโลกอย่าง London
School of Economics and Political Science (LSE) มหาวิทยาลัยลอนดอน
ประเทศอังกฤษ จนสำเร็จปริญญา M.Phil ทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
ด้วยวิทยานิพนธ์อันโดดเด่นเรื่องนโยบายต่างประเทศไทยต่ออินโดจีน
ในระหว่างอยู่ ณ
ต่างประเทศ ท่านยังได้สร้างเกียรติประวัติด้วยการดำรงตำแหน่งอุปนายกสามัคคีสมาคม
และเป็นบรรณาธิการวารสารสำคัญในพระบรมราชูปถัมภ์
ทั้งยังได้รับเกียรติให้เป็นอาจารย์พิเศษสอนภาษาไทย ณ SOAS มหาวิทยาลัยลอนดอน นับเป็นการเผยแผ่วัฒนธรรมไทยในดินแดนตะวันตกอย่างสง่างาม
เกียรติภูมิราชนาวีและบทบาทครูผู้สร้างคน (ประทีปแห่งวิชาการ)
เมื่อกลับสู่มาตุภูมิ
ท่านได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในฐานะอาจารย์ประจำกองวิชากฎหมายและสังคมศาสตร์
โรงเรียนนายเรือ ผลิตศิษย์ในราชนาวีรุ่นแล้วรุ่นเล่า จนได้รับพระราชทานยศเป็น พลเรือตรี
และตำแหน่งทางวิชาการเป็น รองศาสตราจารย์ ทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
นอกจากนี้ ท่านยังได้รับเชิญเป็นอาจารย์พิเศษในสถาบันชั้นนำอีกมากมาย ทั้งมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
(มจร.) ศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี, วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม,
และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.)
บทสรุปแห่งชีวิต (วิถีแห่งความเรียบง่าย)
ภายหลังเกษียณอายุราชการและการอุทิศตนให้แก่งานสอนในระดับบัณฑิตศึกษา
ท่านได้เลือกกลับสู่ความสงบเรียบง่ายในฐานะ “ชาวสวน” ผู้มีธรรมะเป็นเครื่องนำทาง
พำนักอยู่ ณ จังหวัดนนทบุรี ปราจีนบุรี และนครสวรรค์ ตามวิถีแห่ง “บุญนำพา”
โดยยังคงมุ่งมั่นรังสรรค์ผลงานวิชาการและบทเรียนภาษาบาลี
เพื่อเป็นวิทยาทานแก่ศิษย์และพุทธศาสนิกชนสืบไป
=====================
Link:
รวมหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (eBook) คุณภาพมากกว่า 300 เรื่อง ที่คัดสรรและเรียบเรียงโดย
พลเรือตรี รศ.ทองใบ ธีรานันทางกูร
ครอบคลุมเนื้อหาหลากหลายสาขา อาทิ
✅ พระพุทธศาสนาและพระไตรปิฎก
✅ ประวัติศาสตร์และอารยธรรมโลก
✅ เศรษฐศาสตร์และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
✅ การศึกษาและการพัฒนาตนเอง
✅ เครื่องรางของขลังและวัฒนธรรมไทย
✅ ชีวประวัติบุคคลสำคัญ
✅ ภาษา บาลี และวรรณคดี
✅ สารานุกรมและพจนานุกรมเฉพาะทาง
ทุกเล่มสามารถอ่านได้ทันทีบนสมาร์ตโฟน แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์
🌟 อ่านง่าย ได้สาระ
และสามารถศึกษาค้นคว้าได้ตลอดชีวิต
หากท่านกำลังมองหาหนังสือดี ๆ ที่ช่วยเพิ่มพูนความรู้ พัฒนาปัญญา
และต่อยอดความสำเร็จในชีวิต
"หนังสือเพียงหนึ่งเล่ม อาจเปลี่ยนความคิดของท่านได้ตลอดกาล"
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น